RGB VS CMYK

รู้จักระบบสีและการใช้งาน RGB และ CMYK

เราควรใช้สีระบบไหนดี?

รู้หรือไม่ว่า เครื่องพิมพ์ทำงานด้วยระบบการผสมสีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ C(Cyan) M(Mangenta) Y(Yellow) และ K(blacK) เมื่อนำสีทั้ง 3 สีมาผสมกันจะทำให้เกิดเป็นสีแบบต่างๆมากมาย เป็นล้านๆสี ก่อนจะเข้าลึกถึงเรื่องสี เราไปดูจุดเริ่มต้นของกระบวนการมองเห็นกันก่อน

เรามองเห็นภาพต่างๆสีสันต่างๆได้อย่างไร?

กระบวนการมองเห็นเกิดจากแสงจากดวงอาทิตย์ หรือแสงจากแหล่งกำเนิดต่างๆส่งแสงไปกระทบวัตถุนั้นแล้วสะท้อนเข้ามาที่ตาของเรา เช่น เราเห็นรถยนต์สีแดงบนถนนในตอนกลางวัน เกิดจากแสงจากดวงอาทิตย์ส่งแสงไปที่รถแล้วสะท้อนมาเข้าตาเรา เราจึงเห็นภาพในสมองของเราว่า รถยนตร์คันนี้สีแดง

ส่วนสีที่เราเห็นจากจอภาพนั้นเป็นระบบ RGB R(Red) G(Green) B(Blue) เกิดจากแสงในตัวของมันเปล่งออกมาทั้ง 3 สี ส่งแสงเข้ามาโดยตรงที่ตาของเรา ลองดูตามภาพด้านล่างซ้าย WEB หมายถึงสีที่ใช้สำหรับเวปไซต์หรือจอภาพ R+G+B จำนวนเท่ากัน จะได้แสงสีขาวออกมา R+G คือสีแดงผสมสีเขียวจะได้เหลืองออกมา จะใช้ ระบบ RGB เพราะเนื่องจากจอภาพไม่ต้องการแหล่งกำเนิดแสงอื่น ตัวมันเองสามารถเปล่งแสงออกมาได้เอง

แต่ใช้ชีวิตจริงหากเราเอาสีทั้ง 3 สี มาผสมกันในจำนวนเท่าๆกันจะได้สีขาวตามภาพหรือไม่ คำตอบคือไม่เพราะกระบวนการมองเห็นของมันต่างกัน เนื่องจากเราสามารถทำให้สีที่อ่อนเข้มขึ้นได้ แต่เราไม่สามารถทำให้สีที่เข้มให้อ่อนลงได้ ลองสังเกตภาพด้านล่างซ้าย เมื่อสี RGB มารวมกันจะเกิดสีอีก 3 ตัวที่อ่อนกว่าคือ Cyan Magenta และ Yellow จึงเป็นที่มาของระบสี CMYK

ถ้าเราลองสังเกตุภาพด้านล่างขวาดูจะเห็นว่า C+M จะได้ Blue ขึ้นมาซึ่งสีจะเข้มขึ้นกว่า เมื่อ CMY รวมกันก็จะได้ RGB ขึ้นมาได้เหมือนกัน และถ้า CMY ปริมาณเท่าๆกันรวมกันจะได้สี Black ขึ้นมา จะเห็นว่าหลักการสี CMYK นี้เข้าใกล้กับการใช้สีของเรานั่นเอง ลองเอาสีอื่นๆมาผสมกันเรื่อยๆ สุดท้ายสีที่เราได้จะเข้มขึ้นเรื่อยๆจนใกล้เข้าสีดำ เพราะเหตูนี้เราจึงต้องใช้ระบบ CMYK ในงานพิมพ์

ทำไมจึงต้องเพิ่ม K เข้ามา?

จากหลักการที่ว่ามาเราสามารถผสมสีดำได้จาก C+M+Y นั่นเอง แต่ทั้งนี้อาจต้องใช้ปริมาณสีต่างๆมาก และดำอาจจะดำไม่สนิท เราจึงต้องเพิ่ม K เข้ามาซึ่ง K ไม่สามารถผสมสีเป็นสีอื่นได้ ทำได้แค่เพิ่มความเข้มเท่านั้น blacK จึงเอาตัวหลังคือ K มาแทนตัวย่อซึ่งต่างกันสี CMY ที่เอาตัวแรกมาเป็นย่อนั่นเอง

จึงเกิดระบบสีขึ้นมาคือ CMYK Cyan Mangenta Yellow และ blacK

ทีนี้เราก็รู้แล้วว่าทำไมถึงต้องใช้ระบบ CMYK ในงานพิมพ์

เครื่องพิมพ์ที่มีสี 6 สี 8 สี คืออะไร?

เครื่องพิมพ์บางพวกจะมีสีเพิ่มขึ้นมาตามจำนวนช่องของหัวพิมพ์ เช่น 6 ช่อง 8 ช่อง ทั้งนี้ก็เพราะใส่สีพิเศษเข้ามาเช่น สีทอง สีเงิน สีส้ม สีสะท้อนแสงต่างๆ ซึ่งสีพวกนี้ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้จากแม่สี CMYK แม่สี CMYK สามารถทำสีทองได้ แต่ไม่ทองแบบทองคำ หรือทำสีเงินได้แต่ก็อาจจะเงิน แต่ไม่เงินเป็นฟรอย เป็นต้น

สำหรับ Lc Lm ที่เราเห็นเช่น 6 สี CMYK+Lc+Lm คืออะไร?

Lc ย่อมาจาก Light Cyan คือ C แต่จางกว่า

Lm ย่อมาจาก Light Magenta คือ M แต่จางกว่า

Light ใส่มาเพื่อให้เครื่องพิมพ์ได้ไล่สีให้ต่างกันมากขึ้นหรือขั่นของสีมีจำนวนมากขึ้น ยกตัวอย่างขณะเครื่องพิมพ์กำลังพ่นสี C อยู่หากภาพตรงนั้นมีสีฟ้าอ่อนๆ เครื่องพิมพ์เปลี่ยนจาก C เป้น Lc แทน เพื่อให้ควบคุมได้ง่ายขึ้นเนื่องจากมีความเข้มนี่น้อยกว่าสามารถควบคุมสีได้แม่นยำกว่าเพราะค่อยๆขึ้นปริมาณความเข้มได้ ต่างกับ C ที่สีเข้มกว่าการพ่นสีจะคุมได้ยากว่า

ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น เราสร้างบ้านมีบันไดขึ้นชั้น 2 หากเราสร้างบันไดขั่นสูงกว่า รอยต่อบันไดกับพื้นชั้น2อาจะไม่เรียบสนิท อาจจะเกยมานิดหน่อยหรือต่ำกว่านิดหน่อย เทียบกับเราสร้างบันไดขั่นต่ำกว่า อาจจะต้องใช้บันไดหลายขั่นแต่เราจะได้รอยต่อที่เรียบกว่า ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า มี Lc และ Lm แล้วงานจะไล่เฉดดีกว่าหรือสวยกว่าขึ้นอยู่กับการตั้งค่าสี ลองสังเกตูว่าหากพิมพ์ด้วยเครื่อง L1300 ซึ่งใช้ 4 สี CMYK จะพิมพ์งานได้เร็วกว่า L1800 ซึ่งใช้ 6 สี CMYK+Lc+Lm

กรกฎาคม 8, 2019 / by

Comments are closed here.