รู้จักระบบสีและการใช้งาน RGB และ CMYK

เราควรใช้สีระบบไหนดี?

รู้หรือไม่ว่า เครื่องพิมพ์ทำงานด้วยระบบการผสมสีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ C(Cyan) M(Mangenta) Y(Yellow) และ K(blacK) เมื่อนำสีทั้ง 3 สีมาผสมกันจะทำให้เกิดเป็นสีแบบต่างๆมากมาย เป็นล้านๆสี ก่อนจะเข้าลึกถึงเรื่องสี เราไปดูจุดเริ่มต้นของกระบวนการมองเห็นกันก่อน

เรามองเห็นภาพต่างๆสีสันต่างๆได้อย่างไร?

กระบวนการมองเห็นเกิดจากแสงจากดวงอาทิตย์ หรือแสงจากแหล่งกำเนิดต่างๆส่งแสงไปกระทบวัตถุนั้นแล้วสะท้อนเข้ามาที่ตาของเรา เช่น เราเห็นรถยนต์สีแดงบนถนนในตอนกลางวัน เกิดจากแสงจากดวงอาทิตย์ส่งแสงไปที่รถแล้วสะท้อนมาเข้าตาเรา เราจึงเห็นภาพในสมองของเราว่า รถยนตร์คันนี้สีแดง

ส่วนสีที่เราเห็นจากจอภาพนั้นเป็นระบบ RGB R(Red) G(Green) B(Blue) เกิดจากแสงในตัวของมันเปล่งออกมาทั้ง 3 สี ส่งแสงเข้ามาโดยตรงที่ตาของเรา ลองดูตามภาพด้านล่างซ้าย WEB หมายถึงสีที่ใช้สำหรับเวปไซต์หรือจอภาพ R+G+B จำนวนเท่ากัน จะได้แสงสีขาวออกมา R+G คือสีแดงผสมสีเขียวจะได้เหลืองออกมา จะใช้ ระบบ RGB เพราะเนื่องจากจอภาพไม่ต้องการแหล่งกำเนิดแสงอื่น ตัวมันเองสามารถเปล่งแสงออกมาได้เอง

แต่ใช้ชีวิตจริงหากเราเอาสีทั้ง 3 สี มาผสมกันในจำนวนเท่าๆกันจะได้สีขาวตามภาพหรือไม่ คำตอบคือไม่เพราะกระบวนการมองเห็นของมันต่างกัน เนื่องจากเราสามารถทำให้สีที่อ่อนเข้มขึ้นได้ แต่เราไม่สามารถทำให้สีที่เข้มให้อ่อนลงได้ ลองสังเกตภาพด้านล่างซ้าย เมื่อสี RGB มารวมกันจะเกิดสีอีก 3 ตัวที่อ่อนกว่าคือ Cyan Magenta และ Yellow จึงเป็นที่มาของระบสี CMYK

ถ้าเราลองสังเกตุภาพด้านล่างขวาดูจะเห็นว่า C+M จะได้ Blue ขึ้นมาซึ่งสีจะเข้มขึ้นกว่า เมื่อ CMY รวมกันก็จะได้ RGB ขึ้นมาได้เหมือนกัน และถ้า CMY ปริมาณเท่าๆกันรวมกันจะได้สี Black ขึ้นมา จะเห็นว่าหลักการสี CMYK นี้เข้าใกล้กับการใช้สีของเรานั่นเอง ลองเอาสีอื่นๆมาผสมกันเรื่อยๆ สุดท้ายสีที่เราได้จะเข้มขึ้นเรื่อยๆจนใกล้เข้าสีดำ เพราะเหตูนี้เราจึงต้องใช้ระบบ CMYK ในงานพิมพ์

ทำไมจึงต้องเพิ่ม K เข้ามา?

จากหลักการที่ว่ามาเราสามารถผสมสีดำได้จาก C+M+Y นั่นเอง แต่ทั้งนี้อาจต้องใช้ปริมาณสีต่างๆมาก และดำอาจจะดำไม่สนิท เราจึงต้องเพิ่ม K เข้ามาซึ่ง K ไม่สามารถผสมสีเป็นสีอื่นได้ ทำได้แค่เพิ่มความเข้มเท่านั้น blacK จึงเอาตัวหลังคือ K มาแทนตัวย่อซึ่งต่างกันสี CMY ที่เอาตัวแรกมาเป็นย่อนั่นเอง

จึงเกิดระบบสีขึ้นมาคือ CMYK Cyan Mangenta Yellow และ blacK

ทีนี้เราก็รู้แล้วว่าทำไมถึงต้องใช้ระบบ CMYK ในงานพิมพ์

เครื่องพิมพ์ที่มีสี 6 สี 8 สี คืออะไร?

เครื่องพิมพ์บางพวกจะมีสีเพิ่มขึ้นมาตามจำนวนช่องของหัวพิมพ์ เช่น 6 ช่อง 8 ช่อง ทั้งนี้ก็เพราะใส่สีพิเศษเข้ามาเช่น สีทอง สีเงิน สีส้ม สีสะท้อนแสงต่างๆ ซึ่งสีพวกนี้ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้จากแม่สี CMYK แม่สี CMYK สามารถทำสีทองได้ แต่ไม่ทองแบบทองคำ หรือทำสีเงินได้แต่ก็อาจจะเงิน แต่ไม่เงินเป็นฟรอย เป็นต้น

สำหรับ Lc Lm ที่เราเห็นเช่น 6 สี CMYK+Lc+Lm คืออะไร?

Lc ย่อมาจาก Light Cyan คือ C แต่จางกว่า

Lm ย่อมาจาก Light Magenta คือ M แต่จางกว่า

Light ใส่มาเพื่อให้เครื่องพิมพ์ได้ไล่สีให้ต่างกันมากขึ้นหรือขั่นของสีมีจำนวนมากขึ้น ยกตัวอย่างขณะเครื่องพิมพ์กำลังพ่นสี C อยู่หากภาพตรงนั้นมีสีฟ้าอ่อนๆ เครื่องพิมพ์เปลี่ยนจาก C เป้น Lc แทน เพื่อให้ควบคุมได้ง่ายขึ้นเนื่องจากมีความเข้มนี่น้อยกว่าสามารถควบคุมสีได้แม่นยำกว่าเพราะค่อยๆขึ้นปริมาณความเข้มได้ ต่างกับ C ที่สีเข้มกว่าการพ่นสีจะคุมได้ยากว่า

ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น เราสร้างบ้านมีบันไดขึ้นชั้น 2 หากเราสร้างบันไดขั่นสูงกว่า รอยต่อบันไดกับพื้นชั้น2อาจะไม่เรียบสนิท อาจจะเกยมานิดหน่อยหรือต่ำกว่านิดหน่อย เทียบกับเราสร้างบันไดขั่นต่ำกว่า อาจจะต้องใช้บันไดหลายขั่นแต่เราจะได้รอยต่อที่เรียบกว่า ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า มี Lc และ Lm แล้วงานจะไล่เฉดดีกว่าหรือสวยกว่าขึ้นอยู่กับการตั้งค่าสี ลองสังเกตูว่าหากพิมพ์ด้วยเครื่อง L1300 ซึ่งใช้ 4 สี CMYK จะพิมพ์งานได้เร็วกว่า L1800 ซึ่งใช้ 6 สี CMYK+Lc+Lm

กรกฎาคม 8, 2019 / by /
มิถุนายน 6, 2019 / by /

ท่านเคยคิดคำถามนี้ในใจบ้างไหม

ขายอะไรดี?

อยากมี passive income?

อยากมีรายได้เสริม แต่ไม่มีเงินลงทุน ทำอะไรดี?

งานทางอินเตอร์เนตได้เงินจริงไหม?

ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที จงอ่านบทความนี้และทำตาม คุณก็จะมีรายได้อีกช่องทางมาได้ง่ายๆ มาเรื่อยและกินนาน เป็น passive income ที่แท้จริง

เริ่มต้นรู้จัก affiliate

affiliate อ่านว่า แอ็ฟฟีล-อิเอท คือ การที่ร้านค้าให้คุณเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมการขาย โดยคุณจะเป็นเสมือนเซลคนหนึ่งของบริษัท หลักการนี้ได้ถูกนำมาใช้กับร้านค้าออนไลน์ระดับโลก เช่น amazon ebay เป็นต้น

ร้านค้าเรามีระบบ affiliate และเรียกระบบนี้เป็นภาษาไทยให้ง่ายด้วยคำว่า "ตัวแทนขาย"

สำหรับคนที่สมัครระบบ ตัวแทนขาย ท่านจะเป็นเสมือน เซล ของร้านเรา

มันทำเงินได้อย่างไร affiliate หรือ ตัวแทนขาย?

การสั่งซื้อระบบออนไลน์ เราไม่รู้ว่าลูกค้ามาซื้อเมื่อไหร่ หรือซื้อจากใคร เพราะใครๆก็เข้ามาซื้อได้เอง ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทุกวันไม่มีวันหยุด แล้วจะมีเซลทำไม แต่จริงๆแล้วระบบอินเตอร์เนตมีการทำงานแบบระบุตัวตนด้วยคุกกี๊ ลองสังเกตว่าหากคุณเข้าไปดูสินค้าอะไร ค้นหาหรือสนใจสินค้าตัวไหน คุณจะเห็นสินค้าที่เกี่ยวข้องบ่อยในโฆษณาต่างๆตามเวปไซต์อื่นๆ ที่เป็นเช่นนี้ระบบระบุตัวตนของอินเตอร์เนตนั่นเอง ระบบตัวแทนขายจึงมาตอบโจทย์นี้ให้กับร้านค้าออนไลน์ ซึ่งเซลจะได้รหัสแทรคของเซลเองสำหรับใส่แล้วส่งให้ลูกค้า หรือจะเอาไปโพสตามเวปบอด เฟสบุค หรือแหล่งโซเชียวต่างๆได้ เมื่อลูกค้าเข้าผ่านลิงค์นั้นลูกค้านั้นก็จะเหมือนเป็นลูกค้าของร้านที่เซลแนะนำมา เมื่อลูกค้าสั่งซื้อ เซลก็จะได้คอมมิสชั่นในส่วนนี้ เห็นอะไรไหมครับ ร้านค้าเปิด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด มันหมายความว่าคุณสามารถทำเงินได้ตลอดเวลา ยิ่งคุณโพสลิงค์หรือส่งลิงค์หาลูกค้ามากเท่าไหร่คุณยิ่งสร้างอาณาจักรทำเงินของคุณเยอะเท่านั้น เมื่อลูกค้ากลับเข้ามาซื้อซ้ำคุณก็ยังได้คอมมิสชั่นอยู่ เพราะระบบได้ทำการจำแนกไว้แล้วว่าคนนี้คือลูกค้าของคุณ

เห็นไหมครับงานง่ายๆมีจริง ไม่ต้องยืนตากแดด หรือลงทุนซักบาท เพียงโพสลิงค์เท่านั้น งานนี้ต้องใช้ความพยายาม มองหาตลาดที่สินค้าของร้านน่าจะขายได้

เริ่มต้นเซลจะได้คอมมิสชั่น 10% เมื่อสามารถทำให้มีการซื้อได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คอมมิสชั่นจะเพิ่มขึ้นสูงสุด 30%

ขั้นตอนการสมัครตัวแทนขาย

1. คลิกเข้าเมนูที่มุมบนซ้าย

2. เลือกสินค้าเพื่อเข้าเวป platunam ซึ่งเป็นเวปร้านขายสินค้าออนไลน์ของเรา

3. เมื่อเข้ามาหน้าเวปของร้านค้าออนไลน์แล้วให้ทำการสมัครสมาชิกปกติสำหรับซื้อสินค้าของร้านก่อนโดย

3.1 กดเมนู(เลข 1 ตามภาพ)เข้าสู่ระบบเพื่อเข้าหน้าบัญชี สำหรับคนที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกจะเป็นหน้าสมัครสมาชิกแทน

3.2 กดดำเนินการต่อ (เลข 2 ตามภาพ) เพื่อทำการสมัครสมาชิก

4. หน้าสมัครสมาชิกให้กรอกรายระเอียดให้ครบถ้วน

4.1 กรอกข้อมูลส่วนตัว(เลข 1 ตามภาพ)

4.2 กรอกรหัสผ่านสำหรับเข้าระบบ(เลข 2 ตามภาพ)

4.3 ปลดล็อคแคปช่าเพื่อยืนยันว่าเป็นมนุษย์ สำหรับป้องกันโปรแกรมโจมตีเวปไซต์ (เลข 3 ตามภาพ)

4.4 กดคลิกที่ช่องสี่เหลี่ยมเล็ก(เลข 4 ตามภาพ)

4.5 กดดำเนินการต่อ(เลข 5 ตามภาพ)

5. ตอนนี้คุณได้เป็นสมาชิกของร้านค้าแล้วสามารถทำการซื้อสินค้า หรือ สมัครเป็นเซลได้

6. เข้าสู่ระบบโดยปุ่มเข้าสู่ระบบอยู่ซ้ายบน จากนั้นเลือกสมัครตัวแทน(ลูกศรแดงตามภาพ)

7. หน้านี้คือรายละเอียดการโอนเงินค่าคอมมิสชั่นให้กรอกรายระเอียดช่องลูกศรแดงทั้งหมด

Tax ID : คือเลขบัตรประชาชนของท่าน

Payment Method : ให้เลือก Bank Transfer

Bank Name : ให้กรอกชื่อธนาคารบัญชีของท่าน

Account Name : .ให้กรอกชื่อบัญชี

Account Number : ให้กรอกเลขบัญชี

8.เมื่อทำการสมัครเรียบร้อยแล้วให้เข้าเมนูเข้าสู่ระบบเพื่อเข้าหน้าบัญชีของท่านอีกครั้ง คราวนี้จะมีเมนู Custom Affiliate Track มาแล้ว กดคลิกเข้าไป

9. เข้ามาหน้านี้คือท่านจะได้รหัสแทรคของท่านอยู่ในวงแดงนั่นเอง

การใช้งานแทรกโค๊ด(สำคัญ)

1.นำรหัสของท่านมาทำให้สมบูรณ์

นำรหัสของท่านในวงแดงมาใช้ โดยใส่ต่อหลังรหัสตั้งต้นตัวนี้

https://www.platunam.com/?tracking=

กดโหลดไฟล์ notepad รหัสตั้งต้น

สมุติว่ารหัสของท่านคือ

R2e1HMqQ1SqPdQcX048dYzfkpHXR7iwk4UuK6njWV2VDjN4xAl68f1n2d7Q9V9YT

ท่านก็นำมาใส่ต่อท้ายเป็นแบบนี้คือเป้นรหัสที่สมบูรณ์

https://www.platunam.com/?tracking=R2e1HMqQ1SqPdQcX048dYzfkpHXR7iwk4UuK6njWV2VDjN4xAl68f1n2d7Q9V9YT

2. วิธีการนำรหัสไปโพสไปใช้งาน

ท่านสามารถทำรหัสที่สมบูรณ์ไปโพสตามที่ต่างๆ จะในเฟสบุ๊ค ไลน์ หรือเวปบอร์ดต่างๆได้แล้ว แต่ควรจะเขียนอะไรเสียหน่อยเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจ เช่น

รับสกรีนเสื้อ คลิ๊กเลย https://www.platunam.com/?tracking=R2e1HMqQ1SqPdQcX048dYzfkpHXR7iwk4UuK6njWV2VDjN4xAl68f1n2d7Q9V9YT

ถุงผ้าสวยๆ ให้เลือกมากมาย https://www.platunam.com/?tracking=R2e1HMqQ1SqPdQcX048dYzfkpHXR7iwk4UuK6njWV2VDjN4xAl68f1n2d7Q9V9YT

เสื้อวิ่งหลายแบบตัวละ 350 บาท สนใจคลิ๊ก https://www.platunam.com/?tracking=R2e1HMqQ1SqPdQcX048dYzfkpHXR7iwk4UuK6njWV2VDjN4xAl68f1n2d7Q9V9YT

พฤษภาคม 22, 2019 / by /

รับผลิตถุงผ้าพิมพ์ลาย

หากคุณต้องการถุงผ้าทำมือ หรือ ถุงผ้าทำเอง ออกแบบลายเอง สำหรับทำใช้เอง ใว้หนังสือไปเรียน ใส่ไอแพ็ดนั่งร้านกาแฟ ไปเอกสารเข้าประชุม ใส่เสื้อเข้ายิม หรือ จะใส่ชุดว่ายน้ำ ได้หมด ถุงผ้าสีขาวพิมพ์ลายตามใจคุณ สั่งระบบพิมพ์ออนไลน์ แล้วคุณก็รอรับถุงผ้าลายสวยๆได้ที่บ้านคุณได้เลย

เทคนิคการพิมพ์ระบบทรานเฟอร์

เราใช้เครื่องพิมพ์ดิจิตอลหน้ากว้างขนาดใหญ่ โดยใช้เทคนิค Dye Sublimtion ในการพิมพ์ลายลงบนกระเป๋าผ้าของคุณ เทคนิคนี้ทำให้กระเป๋าผ้าของคุณมีสีสันที่สด และ ติดทนนาน นอกจากนี้ลวดลายยังสามารถเก็บลายละเอียดของงานพิมพ์ได้ครบถ้วนแม้ลายจะเล็กแค่ไหน

คุณสมบัติของถุงผ้าที่พิมพ์ระบบ Dye Sublimation ของเรา

เนื้อผ้า : เนื้อผ้าพิเศษออกแบบสำหรับงานพิมพ์ Dye Sublimation โดยเฉพาะ เป็นรอยับยาก ไม่ต้องการการรีด

ขนาด : เราคัดเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใสสอย ทุกสถานการณ์ ทั้งใส่ไอแพด ใส่เสื้อผ้า หรือจะ ใส่หนังสือ ขนาดพอเหมาะ ไม่เล็กจนใส่ของไม่ได้ ไม่ใหญ่จนเทอะทะเกินไป กว้าง 11 นิ้ว สูง 13.2 นิ้ว ขยายข้างความหนา 3 นิ้ว หูหิ้วขนาด 1 นิ้ว

ลายสกรีน : ลายพิมพ์ด้วยระบบ Sublimation สีสด ติดทนนาน พิมพ์ระบบโปรเซส CMYK ภาพเหมือนลายละเอียดสูง 300 dpi

ข้อจำกัดถุงผ้าพิมพ์ลายของเรา

สีของลาย : สีที่ได้เกิดจากการผสมของแม่สี 4 สี ระบบโปรเซส Cyan Mangenta Yellow และ blacK จึงไม่สามารถทำสีพิเศษเช่น สีทอง สีเงิน ได้ และ ไม่สามารถพิมพ์สีของ Pantone ได้ตรงเป๊ะเนื่องจากระบบสีของ Pantone เองไม่ได้เกิดจากการพิมพ์โปรเซสแต่เกิดจากผสมแม่สีขึ้นมาเอง

การรีด : ผ้าของเราไม่จำเป็นต้องรีดเพราะเนื้อผ้ายับยากและอยู่ทรง หากท่านรีดด้วยเตารีดสีอาจจะหลุดออกมาได้ เพราะกระบวนการพิมพ์ด้วยระบบ Dye Subliamtion เป็นระบบระเหิดหมึกจากความร้อน สีจะทนต่อการซักแต่ไม่ทนต่อความร้อนสูง หากท่านต้องการรีด อุณภูมิเตาไม่ควรเกิน 150 องศาเซลเซียส

ราคาถุงผ้า

ถุงผ้าพิมพ์ลายของเรามีขนาดมาตราฐานขนาดเดียว กว้าง 11 นิ้ว สูง 13.2 นิ้ว ขยายข้างความหนา 3 นิ้ว มาพร้อมกับหูหิ้วกว้าง 1 นิ้ว ทั้งนี้ขนาดอาจะคลาดเคลื่อนเล็กน้อยเนื่องจากการผลิต

จำนวน 1-10 ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 1 ด้าน 159 บาท/ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 2 ด้าน 199 บาท/ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 2 ด้าน + ด้านข้าง 249 บาท/ใบ

จำนวน 11-30 ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 1 ด้าน 129 บาท/ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 2 ด้าน 159 บาท/ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 2 ด้าน + ด้านข้าง 199 บาท/ใบ

จำนวน 31-99 ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 1 ด้าน 99 บาท/ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 2 ด้าน 129 บาท/ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 2 ด้าน + ด้านข้าง 159 บาท/ใบ

จำนวน 100-299 ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 1 ด้าน 70 บาท/ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 2 ด้าน 100 บาท/ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 2 ด้าน + ด้านข้าง 130 บาท/ใบ

จำนวน 300+ ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 1 ด้าน 45 บาท/ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 2 ด้าน 65 บาท/ใบ

ถุงผ้าพิมพ์ลาย 2 ด้าน + ด้านข้าง 85 บาท/ใบ

วิธีการสั่ง

1. ติดต่อเราที่ LINE@ : @screen168

2. แจ้งรายละเอียดถุงผ้าที่ที่ท่านต้องการ

3. กราฟิควางแบบของให้ท่านลงบนม็อคอัพถุงผ้า

4. ยืนยันแบบแล้ว ชำระค่าสินค้า แล้ว เริ่มการผลิตไม่เกิน 3 วัน

5. จัดส่งสินค้าให้กับท่าน

พฤษภาคม 13, 2019 / by /

ร้านสกรีนชุดกีฬา

รับผลิตเสื้อฟุตบอล และ เสื้อวิ่ง ออกแบบใหม่ทั้งตัว ด้วยระบบ SUBLIMATION
หาสปอนเซอร์แล้วสร้างทีมวิ่งและทีมบอลของคุณเอง จัดส่งแบบหรือให้เราออกแบบก็ได้

เราเป็นโรงงานผลิตเสื้อกีฬาพิมพ์ลายมากประสบการณ์ เรามีทีมงานกราฟฟิคมืออาชีพในการออกแบบให้กับคุณ

ขั้นต่ำในการผลิต 6 ตัว พร้อมออกแบบ และ จัดส่งฟรี

6 ตัว ตัวละ 500 บาท รวมยอดชำระ 3000 บาท

10 ตัว ตัวละ 350 บาท รวมยอดชำระ 3500 บาท

12 ตัว ตัวละ 300 บาท รวมยอดชำระ 3600 บาท

วิธีการสั่ง

1. ติดต่อเราที่ LINE@ : @screen168

2. แจ้งรายละเอียดเสื้อที่ท่านต้องการพร้อมมัดจำค่าสินค้า 1000 บาท

3. กราฟิคออกแบบให้ท่านดู พร้อมแก้ไขได้ไม่เกิน 2 ครั้ง

4. ยืนยันแบบแล้ว ชำระค่าสินค้า แล้ว เริ่มการผลิตไม่เกิน 10 วัน

5. จัดส่งสินค้าให้กับท่าน

*หมายเหตุ ลายเสื้อที่ออกแบบเป็นลิขสิทธิของลูกค้า ลูกค้าต้องรับผิดชอบงานออกแบบที่ร้านได้ออกแบบตามความต้องการของลูกค้า ทางร้านไม่มีสิทธินำงานที่ออกแบบให้กับลูกค้าไปผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาติจากลูกค้า ลูกค้าจะได้รับไฟล์ม๊อกอัพแบบเสื้อลายของลูกค้าซึ่งเป็นลิขสิทธิของลูกค้าเองตั้งแต่ต้น ยกเว้นแพทเทินเสื้อสำหรับผลิต หากลูกค้าต้องการแพทเทินเสื้อมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 1000 บาท

พฤษภาคม 8, 2019 / by /
ติดต่อเรา

ติดต่อร้านสกรีนเสื้อ

ร้านของเราตั้งอยู่ที่ 99/12 ซอยบางศรีเมือง1/15 ต.บางศรีเมือง อ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี 11000

TEL : 083-0499963

LINE : @SCREEN168

FACEBOOK : SCREEN168

พฤษภาคม 3, 2019 / by /
เสื้อเกม E-SPORT

Screen168 รับผลิตเสื้อเกมส์ E-Sport

รับผลิตเสื้อเกมส์ E-SPORT ออกแบบใหม่ทั้งตัว ด้วยระบบ SUBLIMATION สร้างทีมของคุณ แล้วลง Youtube เก็บประสบการณ์นำไปสู่ การแข่งชิงแชมป์โลก

เราเป็นโรงงานผลิตเสื้อกีฬาพิมพ์ลายมากประสบการณ์ เรามีทีมงานกราฟฟิคมืออาชีพในการออกแบบให้กับคุณ

เทคนิคการพิมพ์ระบบทรานเฟอร์

เราใช้เครื่องพิมพ์ดิจิตอลหน้ากว้างขนาดใหญ่ โดยใช้เทคนิค Dye Sublimtion ในการพิมพ์ลายลงบนกระเป๋าผ้าของคุณ เทคนิคนี้ทำให้กระเป๋าผ้าของคุณมีสีสันที่สด และ ติดทนนาน นอกจากนี้ลวดลายยังสามารถเก็บลายละเอียดของงานพิมพ์ได้ครบถ้วนแม้ลายจะเล็กแค่ไหน

คุณสมบัติของเสื้อ E-Sport ที่พิมพ์ระบบ Dye Sublimation ของเรา

เนื้อผ้า : เนื้อผ้าไมโครหน้ารีบสำหรับงานพิมพ์ Dye Sublimation โดยเฉพาะ เป็นรอยับยาก ไม่ต้องการการรีด เหงื่อไม่เกาะเนื้อผ้า

ขนาด : เรามีไซส์ให้เลือกตั้งแต่ XS รอบอก 36 นิ้ว ไปจนถึง 4XL รอบอก 50 นิ้ว ไซส์ใหญ่ตั้งแต่ 2XL เพิ่มไซส์ขั้นละ 20 บาท

ลายสกรีน : ลายพิมพ์ด้วยระบบ Sublimation สีสด ติดทนนาน พิมพ์ระบบโปรเซส CMYK ภาพเหมือนลายละเอียดสูง 300 dpi ไม่จำกัดสี ไม่จำกัดตำแหน่ง พิมพ์เสื้อใหม่ขึ้นมาทั้งตัว

ข้อจำกัดเสื้อ E-Sport ของเรา

สีของลาย : สีที่ได้เกิดจากการผสมของแม่สี 4 สี ระบบโปรเซส Cyan Mangenta Yellow และ blacK จึงไม่สามารถทำสีพิเศษเช่น สีทอง สีเงิน ได้ และ ไม่สามารถพิมพ์สีของ Pantone ได้ตรงเป๊ะเนื่องจากระบบสีของ Pantone เองไม่ได้เกิดจากการพิมพ์โปรเซสแต่เกิดจากผสมแม่สีขึ้นมาเอง

การรีด : ผ้าของเราไม่จำเป็นต้องรีดเพราะเนื้อผ้ายับยากและอยู่ทรง หากท่านรีดด้วยเตารีดสีอาจจะหลุดออกมาได้ เพราะกระบวนการพิมพ์ด้วยระบบ Dye Subliamtion เป็นระบบระเหิดหมึกจากความร้อน สีจะทนต่อการซักแต่ไม่ทนต่อความร้อนสูง หากท่านต้องการรีด อุณภูมิเตาไม่ควรเกิน 150 องศาเซลเซียส

ราคาเสื้อ E-Sport

เสื้อเกมส์ผลิตใหม่ พิมพ์ทั้งตัว ไม่จำกัดโลโก้สีที่พิมพ์ ไม่จำกัดตำแหน่ง สีไม่ลอก ติดทนนาน เสื้อเหงื่อไม่เกาะ

ขั้นต่ำในการผลิต 4 ตัว พร้อมออกแบบ และ จัดส่งฟรี

4 ตัว ตัวละ 600 บาท รวมยอดชำระ 2400 บาท

6 ตัว ตัวละ 500 บาท รวมยอดชำระ 3000 บาท

8 ตัว ตัวละ 400 บาท รวมยอดชำระ 3200 บาท

12 ตัว ตัวละ 300 บาท รวมยอดชำระ 3600 บาท

วิธีการสั่ง

ติดต่อเราที่ LINE@ : @screen168

แจ้งรายละเอียดเสื้อที่ท่านต้องการพร้อมมัดจำค่าสินค้า 1000 บาท

กราฟิคออกแบบให้ท่านดู พร้อมแก้ไขได้ไม่เกิน 2 ครั้ง

ยืนยันแบบแล้ว ชำระค่าสินค้า แล้ว เริ่มการผลิตไม่เกิน 10 วัน

จัดส่งสินค้าให้กับท่าน

*หมายเหตุ ลายเสื้อที่ออกแบบเป็นลิขสิทธิของลูกค้า ลูกค้าต้องรับผิดชอบงานออกแบบที่ร้านได้ออกแบบตามความต้องการของลูกค้า ทางร้านไม่มีสิทธินำงานที่ออกแบบให้กับลูกค้าไปผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาติจากลูกค้า ลูกค้าจะได้รับไฟล์ม๊อกอัพแบบเสื้อลายของลูกค้าซึ่งเป็นลิขสิทธิของลูกค้าเองตั้งแต่ต้น ยกเว้นแพทเทินเสื้อสำหรับผลิต หากลูกค้าต้องการแพทเทินเสื้อมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 1000 บาท

กระบวนการผลิตของเรา

พฤษภาคม 2, 2019 / by /
สกรีนเสื้อ

งานสกรีนเสื้อ และ พิมพ์เสื้อ

ไซส์เสื้อยืด

ตารางไซส์เสื้อยืด

ทางร้านมีไซส์เสื้อยืดสำหรับผ้า Cotton 100% ที่ใช้กับงานสกรีนตั้งแต่ไซส์ S - 3XL สำหรับไซส์ 4XL เป็นไซส์พิเศษอาจจมีเฉพาะบางสีเท่านั้น

DTG (Direct To Garment)

ราคาเสื้อยืดขาวพร้อมสกรีนระบบ DTG
ราคาเสื้อยืดสีพร้อมสกรีนระบบ DTG

พิมพ์เสื้อระบบ DTG เป็น วิธีการพิมพ์ลายลงเสื้อด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิตอลสำหรับพิมพ์ผ้าคอตต้อนโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับงานคุณภาพสูง ได้ทั้งเสื้อขาวและเสื้อสี ราคาเสื้อขาวจะถูกกว่าเนื่องจากไม่ต้องพิมพ์สีขาวรองพื้น สำหรับเสื้อสีราคาจะแพงกว่าเนื่องจากต้องรองพื้นลายด้วยหมึกสีขาว ราคาคิดตามพื้นที่สกรีน ขึ้นกับขนาดกระดาษ ISO เช่น A6 A5 A4 และ A3

SUB (Dye Sublimation)

พิมพ์เสื้อระบบ Sublimation วิธีการพิมพ์หมึกระเหิดลงบนกระดาษก่อน แล้วจึงนำกระดาษไปรีดด้วยความร้อนลงบนเสื้ออีกที เหมาะสำหรับเสื้อขาวที่ผลิตจากโพลีเอสเตอร์ เช่น TC TK เหมาะกับงานใส่ครั้งเดียว เสื้อแจกราคาถูก เนื้อผ้าจะร้อนกว่าผ้าคอตต้อน แต่ด้วยกระบวนการผลิตที่ง่ายและต้นทุนต่ำ จึงเป็นที่นิยมในการผลิต โดยราคาคิดตามพื้นที่สกรีน ขึ้นกับขนาดกระดาษ ISO เช่น A6 A5 A4 และ A3

HTV (Heat Transfer Vinyl)

พิมพ์เสื้อระบบ HTV วิธีการพิมพ์หมึกลงบนไวนิลชนิดหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วย 2 ด้าน คือด้านที่สำหรับพิมพ์ เผื่อนำไปพิมพ์ลาย และ อีกด้านที่เคลือบกาว เมื่อพิมพ์แล้วนำไปตัดตามลวดลายแล้วจึงนำไปรีดติดบนเสื้อ เหมาะกับผ้าทุกชนิดทุกสี เนื้อสัมผัสออกแข็งกว่างานพิมพ์ชนิดอื่น โดยราคาคิดตามพื้นที่สกรีน ขึ้นกับขนาดกระดาษ ISO เช่น A6 A5 A4 และ A3

Block Screen (Silk Screen)

พิมพ์เสื้อระบบ Silk Screen วิธีการสกรีนพื้นฐาน โดยการนำหมึกมารีดผ่านผ้าสกรีนที่ทำลวดลายแล้ว เหมาะกับผ้าทุกชนิดแต่ทางร้านใช้หมึกสกรีนสีพลาสติซอลจึงต้องมีการอบจึงเหมาะกับผ้า Cotton 100% มากกว่า โดยราคาคิดตามจำนวนสีที่สกรีน เช่น 1 สี 2 สี

โปรแกรมทราฟิก รหัสเปิด zip ซ่อนไว้ในหน้าอื่น ชื่อว่า รหัสเปิดzip

พิมพ์เสื้อออนไลน์

(คลิ๊กภาพด้านล่าง)



มีนาคม 21, 2019 / by /
บริการพิมพ์และตัดสติ๊กเกอร์

บริการพิมพ์และตัดสติ๊กเกอร์

ร้านสกรีน168 เปิดบริการงานพิมพ์สติ๊กเกอร์หลากหลายโดยแบ่งเป็นหลัก 3 งาน

1. พิมพ์สติกเกอร์ฉลากสินค้าพร้อมไดคัท สำหรับงานฉลากสินค้า

2. พิมพ์สติกเกอร์พร้อมไดคัทตามลวดลาย เช่น สติกเกอร์การตูนต่างๆ โดยที่แบบไม่ซ้ำกันภายใน 1 ตรม. โดยลูกค้าจัดเรียงเองภายใน 1 ตรม.

3. พิมพ์สติกเกอร์ซีทรูสำหรับนำไปติดกระจก

สำหรับ 1 ฉลากสินค้าตีราคาโดยคร่าวๆจะตกราคาตามด้านล่างนี้

พิมพ์ขนาด 1x1 นิ้ว จะได้ประมาณ 1232 ชิ้น หรือตกประมาณ 0.24 บาท/ดวง

พิมพ์ขนาด 2x1 นิ้ว จะได้ประมาณ 688 ชิ้น หรือตกประมาณ 0.43 บาท/ดวง

พิมพ์ขนาด 2x2 นิ้ว จะได้ประมาณ 352 ชิ้น หรือตกประมาณ 0.85 บาท/ดวง

เรามีเครื่องตัด Mimaki จากญี่ปุ่นงานตัดคุณภาพเสถียรลดปัญหาตัดสติ๊กเกอร์ไม่ขาดแกะยาก ลาขาดความหงุดหงิด

สำหรับ 2 พิมพ์สติกเกอร์พร้อมไดคัทตามลวดลาย

คือสั่งพิมพ์ลวดลายพร้อมตัด โดยลูกค้าต้องวางแบบลงในแพทเทิร์นของเราเอง
สามารถดาวโหลดแพทเทินวางแบบสติกเกอร์ได้ที่นี่

ลูกค้าต้องวางแบบลงพร้อมสร้างเลเยอร์ตัด หากลูกค้าไม่ได้ทำเลเยอร์ตัดมาให้คิดค่าบริการ 100 บาท/ตรม. หรือ 5 บาทต่อชิ้น

สำหรับ 3 พิมพ์สติกเกอร์ซีทรูสำหรับนำไปติดกระจก

เรามีบริการพิมพ์สติกเกอร์ซีทรูหน้ากว้างสูงสุด 1.2 เมตร ราคาตามตารางคือราคาพิมพ์ไม่รวมติดตั้ง สติกเกอร์ซีทรูเกรด A แบรนด์ Avery Dennison  จาก America เหมาะสำหรับติดกระจกร้านค้า ประโยชน์ 3 in 1 เพื่อป้องกันแดด บุคคลภายนอกมองไม่เห็นด้านใเพื่อรความเป็นส่วนตัว และ สามารถตกแต่งโฆษณาไปด้วย

มีนาคม 21, 2019 / by /
รู้จักผ้า TK

สกรีนเสื้อระบบรีดร้อน เสื้อยืดราคาถูก


                สำหรับบทความนี้เราจะมาพูดถึงผ้าอีกตัวคือ TK เป็นผ้า TK เป็นผ้าใยสังเคราะห์ Polyester 100% ที่มีเส้นด้ายสั้นมีราคาไม่แพง และ สามารถสกรีนระบบ Sublimation ได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้เสื้อ TK มีราคาถูกหากผลิตจำนวนเยอะ เสื้อ TK พร้อมสกรีนจะตกตัวละไม่ถึง 100 บาทได้เลย จึงทำให้เสื้อ TK เหมาะกับเสื้อแจกช่วงเทศกาลปีใหม่ ของชำร่วย ของพรีเมี่ยม หรือ เสื้อเปิดงานต่างๆที่ใช้ชั่วคราว 2 -3 ครั้ง เพราะด้วยเส้นใยสังเคราะห์เลยทำให้เสื้อประเภทนี้ใส่แล้วร้อน การะบายอากาศไม่ดีเท่าเสื้อ Cotton แต่ผ้ามีมีความมันเงากว่าเพราเกิดจากการขัด เมื่อใช้ไปนานๆจะเกิดเม็ดขนเนื่องจากผ้า TK ไม่ทนต่อการขัดสี
               

สำหรับการสกรีนเสื้อ TK สามารถสกรีนระบบ Sublimation ได้ซึ่งมีต้นทุนราคาถูกและไม่จำกัดจำนวนการพิมพ์ 1 ตัวก็สกรีนได้ แต่จำเป็นต้องเป็นเสื้อสีอ่อนหรือสีขาวเท่านั้น ไม่เช่นนั้นสีที่ได้จะเพียนหรือสกรีนลายไม่ขึ้นเพราะสีไปผสมกับสีของเสื้อ


     TK เองก็เป็นเป็นผ้าจากใยสังเคราะห์ 100% แต่ยังมีผ้าผสมที่เกิดระหว่าง Cotton และ Polyester คือผ้า TC ผ้าชนิดนี้จะดีว่า TK ขึ้นมาหน่อยตรงที่มีส่วนผสมของ Cotton ทำให้ระบายอากาศได้ดีกว่า TK แต่ความสดของสีในการสกรีน Sublimation จะลดลงเพราะกระบวนการสกรีนชนิดนี้ไม่สามารถลงบนผ้า Cotton ได้


     การจะพิมพ์ลงบนผ้า Cotton ต้องใช้ บล็อกสกรีน หรือ DTG ไปเลย หากใช้บล็อกสกรีนจำนวนเยอะก็จะราคาถูกหน่อยแต่หากไม่เยอะแนะนำเป็น DTG จะถูกกว่าและดีกว่า
     เสื้อ TK และ TC เป็นเสื้อที่นิยมมากเพราะเนื่องจากมีราคาถูก และต้นทุนงานสกรีนก็ถูกทำให้เป็นที่นิยมสำหรับเสื้อตามตลาดนัด เสื้อแจก เสื้อกิจกรรม เสื้อรับน้อง ท่านสามารถเห็นเสื้อชนิดนี้ได้ตามตลาดนัดทั่วไป


     สำหรับลูกค้าที่มีเงื่อนไขสกรีนจำนวนเยอะและเป็นเสื้อขาว ทางร้าน Screen168 มีบริการจัดทำเสื้อ TK หรือ TC พร้อมลายสกรีนให้ในราคาถูก เมื่อเทียบกับ DTG หรือ บล็อกสกรีน โดยทางร้านไม่ได้สต๊อกเสื้อไว้ ทางร้านจะผลิตตามออเดอร์เท่านั้นจำนวนขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 50 ตัว มีระยะเวลาในการสกรีนปกติประมาณ 4 - 7 วัน หากลูกค้าต้องการสกรีน Sublimation จำนวนน้อยไม่เกิน 80 ตัว ทางร้านจะใช้วิธีการซื้อเสื้อสำเร็จมาสกรีนให้กับท่าน 


     สำหรับท่านที่ต้องการงานด่วน การสกรีนระบบ Sublimation นี้สามารถสกรีนได้ประมาณ ชั่วโมงละ 30 ตัว ท่านสามารถคำนวณกำลังการผลิตได้ว่าจะสามารถสกรีนทันหรือไม่ โดยต้องคำนึงถึงเวลาในการตกลงงานและการสั่งเสื้อเข้าไปด้วย เช่น


     ท่านมีงานด่วน 300 ตัว ต้องการสกรีน 2 วันเป็นไปได้หรือไม่ ตรงนี้ทางร้านสามารถผลิตได้โดยใช้เวลา 10 ชั่วโมง เผื่อเวลาพักงานเป็นครึ่งหนึ่งของเวลางานคือ 5 ชั่วโมง เท่ากับ 15 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นทางร้านใช้เวลาไม่ถึง 1 วันหากนับ 24ชั่วโมง


     ในกรณีงานด่วนทางร้านมีโอทีสามารถรันงาน 24 ชั่วโมงได้ แต่ต้องอย่าลืมว่ามีเวลาในการตกลงเรื่องแบบสกรีน การต่อรองราคา การชำระเงิน และ การหาเสื้อในกรณีฉุกเฉินด้วย หากทางลูกค้าสามารถตัดสินใจได้ไวทางร้านก็จะสามารถเริ่มงานได้ทันที ก็สามารถทำให้งานด่วนเสร็จทันตามกำหนดได้
สำหรับท่าที่ต้องการ ซื้อเสื้อยืด TK เรามี เสื้อยืดTK ขายส่ง และ ปลีกที่นี่ 

มีนาคม 21, 2019 / by /
รู้จักกับแหล่งสีสกรีน

รู้จักกับแหล่งสีสกรีน

        จากบทความเก่าๆเราได้แนะนำ ทั้งแหล่งซื้อเสื้อ และ แหล่งซื้อผ้า มาตอนนี้เราจะแนะนำให้รู้จักกับแหล่งซื้อสีสกรีน เนื่องจากมีคนโทรมาสอบถามเรื่องแหล่งซื้อสกรีนสกรีน เราจึงได้คิดทำบทความนี้ เพื่อแนะนำร้านสกรีน ร้านสกรีนหลักๆมีดังนี้ 

1.   วินสันสกรีน

2.   อินดัสเคม

3.   ทานากะ เคมีคอล

บทความนี้เป็นประสบการณ์ของผู้เขียนเองร้านจำหน่ายสีสกรีน คือร้านที่ผู้เขียนได้เลือกใช้สมัยยังทำงานสกรีนระบบบล็อกสกรีน ในช่วงนั้นร้านจำหน่ายสีสกรีนมีจำนวนไม่มากนัก ร้านที่แนะนำมักเป็นแหล่งผลิตเลย หรือเป็นผู้นำเข้ายุคแรกๆ ต่างกับปัจจุบันที่มีร้านนำเข้ามาจากจีนกันมากมาย

1. วินสันสกรีน เป็นร้านสกรีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศก็ว่าได้ เท่าที่ผู้เขียนรู้จัก มีแลปเทส มีการวิจัย ถือว่าเป็นบริษัทที่น่าภาคภูมิใจของประเทศในวงการสกรีน วินสันสกรีนจากประวัติ เปิดมาได้ 30 กว่าปีแล้ว เจ้าของจบมาทางด้านนี้โดยตรง และยังเขียนหนังสือสกรีนที่ดีมากเล่มหนึ่ง ถือว่าเป็นผู้บุกเบิกในวงการสกรีนได้เลย ท่านสามารถซื้อหนังสือได้ที่บริษัทในราคา 200-300 บาท หากท่านมีปัญหางานสกรีนสามารถปรึกษาวินสันได้ ผู้เขียนเคยเจอและคาดว่าเป็นเจ้าของผู้หญิง ท่านให้คำแนะนำได้ดีมาก สามารถตอบข้อสงสัยของผู้เขียนได้กระจ่าง สำหรับราคาสีสกรีน ราคาสีของวินสันจะแพงกว่าเจ้าอื่นิดหน่อยแต่ก็แลกกับคุณภาพ สำหรับสีจมฐานน้ำถือว่าราคาไม่แพงเลยราคาเท่าๆกันในตลาด

วินสันกรุ๊ปอยู่ตรงใกล้เซนทรัลพระราม 2 

2. อินดัสเคม เป็นสีสกรีนสีสุดท้ายที่ทางผู้เขียนใช้ หลังจากผู้เขียนเริ่มมาใช้ระบบ DTG แทนบล็อกสกรีน อินดัสเคมเป็นสีสกรีนจากไตหวัน เจ้าของเป็นคนไตหวัน สีของอินดัสเคมถือว่าใช้ได้มีหลากหลายเกรดให้เลือกใช้ มีเจ้าหน้าที่สกรีนคอยเทสให้ ถือว่าเป็นร้านที่ดี ท่านสามารถขอให้เจ้าหน้าที่เทสดูได้เลย เขามีแลปให้ทดสอบ ราคาสีสกรีนถือว่าราคาถูกสามารถเลือกเกรดได้ และข้อดีของที่นี่คือมีแม่สีขายในราคาถูก คุณสามารถซื้อแม่สีมาผสมกับแป้งสกรีนได้ ข้อดีอีกข้อคือที่นี่พูดคุยกันแบบตรงเรื่องเทคนิคต่างๆ 

อินดัสเคม อยู่ถนนบางบอน5 ซอย2 

3. ทานากะ เคมีคอล เป็นร้านสกรีนนำเข้าสีจากญี่ปุ่น เป็นร้านที่ผู้เขียนไม่เคยได้ใช้สกรีนของแกเลย แต่ผู้เขียนเคยโทรไปสอบถามปรึกษางานสกรีน เจ้าของเขาก็โอเคนะก็ชี้แนะแนะนำเป็นอย่างดี สีของเขาน่าจะดีมาก เป็นเกรดส่งออก ทำพวกแบรนด์ Nike ได้เลย แต่ราคาจะแพงหน่อย ข้อดีของที่นี่คือ มีสินค้าแปลกๆเช่นแทคทู เยอะแยะมากมาย ร้านนี้เป็นที่ไม่เคยเห็นใครใช้เลย คาดว่าน่าจะส่งเข้าโรงงานเป็นหลักมากกว่า ที่สำคัญอีกข้อ ทานากะ เคมีคอล เป็นร้านที่เป็นสมาชิกของสมาคมสิ่งพิมพ์ เรื่องความน่าเชื่อถือก็ถือว่าใช้ได้เลย *แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการคำแนะนำงานพิมพ์สกรีนขั้นสูง

ทานากะ เคมีคอล อยู่แถวพัฒนาการในตัวเมืองเลย

จบแล้วทั้งหมดก็เป็นร้านสีสกรีนที่ผู้เขียนเคยใช้สมัยทำสกรีนระบบบล็อกสกรีน ท่านสามารถลองใช้แต่ละเจ้าแล้วมาวิเคาระห์ดูเองว่าตัวเองเหมาะกับร้านไหน ลองเอามาปรับใช้ดูครับ

มีนาคม 21, 2019 / by /
รู้จักกับแหล่งซื้อเสื้อ

รู้จักกับแหล่งซื้อเสื้อ

                งานสกรีนเสื้อส่วนสำคัญก็คือ เสื้อ และ งานสกรีน สำหรับร้านสกรีนเสื้อบางร้านก็ซื้อเสื้อสำเร็จ หรือ บางร้านก็ตัดผ้าเอง ก็ขึ้นกับความเหมาะสมกับงาน เช่น ร้านสกรีน168 ตัดผ้าเองสต็อกไว้สำหรับเสื้อยืดคอกลม สีขาว และ ดำ หากมีออเดอร์จากลูกค้าเป็นเสื้อสีอื่น ไซส์อื่น ถ้าออเดอร์มีจำนวนเยอะทางร้านก็จะตัดให้ แต่หากออเดอร์จำนวนน้อยทางร้านก็จะให้ลูกค้านำเสื้อมาเอง หรือไม่ก็ไปซื้อให้ที่โบ๊เบ๊

                โบ๊เบ๊ทาวเวอร์เป็นแหล่งขายเสื้อยืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีร้านเสื้อเป็นพันๆร้าน เปิดประมาณ 10 โมง ปิด 5 โมงเย็น วันอาทิตย์ร้านจะปิดกันประมาณบ่าย 2 โมง ที่นี่เป็นแหล่งนักท้องเที่ยวที่หนึ่งที่ชาวต่างประเทศ นิยมมาซื้อเสื้อผ้าไปขายเป็นจำนวนมาก ต่างกับ ประตูน้ำ หรือ จัตตุจักรที่จะเป็นแหล่งแฟชั่นสำหรับขายปลีกทั่วไป โดยร้านประตูน้ำหรือจัตุจักรส่วนมากก็นิยมใช้เสื้อจากโบ๊เบ๊ไปสกรีนต่อ

                สำหรับเสื้อยืดมีเกือบทุกผ้า ตั้งแต่ TK TC CVC หรือ Cotton และไม่แค่เฉพาะเสื้อยืดเท่านั้น โบ๊เบ๊ยังมีเสื้อเกือบทุกแบบทั้ง เสื้อกล้าม เสื้อคนงาน เสื้อโปโล เสื้อกีฬา เรียกได้ว่าหาเสื้อที่ไหนไม่เจอมาที่โบ๊เบ๊ได้เลย เพราะเนื่องจากเป็นแหล่งขายส่งจากผู้ผลิตและพ่อค้าคนกลาง มีทั้งคนไทยพ่อค้าแม่ค้าชาวต่างประเทศขายส่งไปยังต่างประเทศก็มีทำให้มีร้านต่างๆผลิตสินค้ามาให้เลือกมากมาย ภายในตึกจะมีร้านขายระหว่างทางเดินเหมือนแพลตินั่มประตูน้ำเลยครับเพียงแต่ร้านเป็นร้านขายส่งซะส่วนใหญ่

                สำหรับเสื้อที่เป็นที่นิยมในโบ๊เบ๊ คือเสื้อยืด Cotton มักจะเป็นผ้าเบอร์ 32 เกรด SEMI โดยปกติราคาเริ่มต้นประมาณ 55-65 บาท เมื่อซื้อส่ง 12 ตัว หากซื้อปลีกราคาจะ +30บาท/ตัว ขึ้นกับร้าน

                สำหรับร้านสกรีน ในโบ๊เบ๊มีร้านให้เลือกมากมายเป็นทั้งร้านสกรีน ร้านขายส่งผ้าเยอะแยะมากมาย ท่านต้องเดินเสาะหาดีๆก็จะพบกับร้านที่ถูกใจและเหมาะกับท่านได้

                สำหรับการเดินทาง สามารถเดินทางสะดวกโดยเรือคลองแสนแสบ มีท่าเรือโบ๊เบ๊อยู่ก่อนถึงท่าปลายทาง สะพานผ่านฟ้า ท่านสามารถแวะไปเที่ยววัดสะเกตซึ่งมีพระบรมสารีริกธาตุได้ หรือหากนำรถส่วนตัวไปก็มีลานจอดรถที่ตึกเลยแต่อาจจะเสียค่าบริการ 30 คิดเป็นชั่วโมง แนะนำว่าไม่ควรเอารถไปเพราะค่อนข้างจอดยาก นั่งเรือไปสะดวกกว่าไม่ต้องเหนื่อยรถติดในกรุงเทพ

                สำหรับคนที่ไม่เคยไปคือไปครั้งแรกให้เข้าไปที่ตึกโบ๊เบ๊ทาวเวอร์นะครับ ครั้งแรกที่ผู้เขียนไปไม่รู้เรื่องไปซื้อร้านข้างนอกที่แพงแถมผ้าก็มีให้เลือกน้อย และไม่ถูกใจ จริงๆแล้วในตึกโบ๊เบ๊มีร้านเป็นพันๆร้านเลยครับ :D

มีนาคม 21, 2019 / by /
รู้จักกับแหล่งขายผ้า

รู้จักกับแหล่งขายผ้า

        สำหรับบทความก่อนหน้านี้คือ รู้จักกับแหล่งขายเสื้อกันไปแล้ว คราวนี้จะพามารู้จักแหล่งขายผ้าสำหรับตัดเสื้อ โดยเฉพาะร้านที่ต้องการตัดเสื้อเองก็จะได้ต้นทุนถูกลงไปอีก หรือ บางทีเราก็ต้องการเลือกรูปทรงเสื้อและเนื้อผ้าเอง เพราะเกรดเสื้อที่โบ๊เบ๊เองอาจจะไม่ถูกใจเรา ก็ได้

        สถานที่แหล่งนั้นคือ วัดสน นั่นเองวัดสนเป็นแหล่งรวมร้านขายผ้าที่เยอะที่สุดในประเทศมีร้านขายผ้าเป็นร้อยๆร้านตาม 2 ข้างถนน เป็นตึกอาคารพาณิชย์หน้าร้านก็เปิดขายไป ส่วนมากรถจะเยอะการจราจรจะแย่มากเพราะมีการขนส่งผ้า แนะนำสำหรับการไปเลือกร้านให้ไปทางรถเมล์ หรือ แท๊กซี่ก่อนจะดีกว่า เมื่อเราเลือกร้านได้แล้ว ร้านโอเคเหมาะสมกับเรา ก็จะเป็นร้านประจำทีนี้เวลาเราไปรับก็โทรสั่ง เอารถมาจอดขนได้เลย หรือบางทีอาจจะให้ร้านไปส่งที่โรงตัดผ้าได้เลย

        เนื่องจากร้านผ้ามีเยอะมาก ต้องดูดีๆ ค่อยเดินค่อยๆถาม ตอนไปครั้งแรกผู้เขียนโดนฟันเลือดสาดเลย มันเหมือนคุณไปเดินที่พันทิพประตูน้ำนั่นแหละ มีของถูกของดีจริงแต่ มีร้านจ้องฟันเยอะแยะมากมาย ก็ต้องสืบถามราคาผ้า ดูเกรดเนื้อผ้า ผู้เขียนแนะนำว่า ให้ไปเช้าๆสอบถามราคา กับ จำนวนขั้นต่ำก่อน ส่วนมากก็จะหนึ่งพับ ประมาณ 20 กิโลกรัม จากนั้นเอามาสรุปดู ว่าจะพอใจกับผ้าร้านไหน ข้อดีของการสั่งผ้าจากที่นี่คือเราไม่ต้องสต็อกสีนั่นเอง เหมาะกับผู้เริ่มต้นมาก เมื่อเราเชี่ยวชาญแล้วเราค่อยไปสั่งจากโรงงานเอา

        สำหรับราคาผ้า Cotton ก็จะประมาณ กิโลละ 150-230 บาท ขึ้นกับเกรดผ้า ราคาผ้าก็จะแพงขึ้นตามลำดับเริ่มจาก TK TC CVC และ Cotton โดยผ้า Cotton จะราคาแพงที่สุด

        สำหรับสีผ้า สีขาวจะถูกที่สุด และ สีดำจะแพงที่สุดเพราะเป็นสีที่เข้มสี่สุด การย้อมก็มีหลากหลายเกรด บางร้านย้อมสีไม่ดีสีตก ไว้โอกาสหน้าจะเขียนบทความเรื่องการย้อมสีผ้า

        ผู้เขียนเคยโดนฟันราคาผ้า TK ย้อมสีกิโลละ 250 บาทมาแล้ว ถึงกับเซงเลยทีเดียว แต่ว่าเป็นบทเรียนสำหรับเราและไม่อยากให้ผู้เริ่มต้นไปโดนกัน ขอให้ใจเย็นๆค่อยเลือกๆ แม่ค้าเขาพูดเก่งอิอิ

        วัดสนตั้งอยู่ที่ ซอยสุขสวัสดิ์ 35 การเดินทาง ง่ายๆเลยถ้ามาจากทางกรุงเทพหรือโซนทางเหนือ ก็วิ่งเข้าด่วนตรงดินแดงไปทางดาวคะนอง มาทางพระรามสอง พอข้ามสะพานพระราม9  แล้วชิดซ้ายลงสุขสวัสดิ์เลย อยู่ห่างจากทางออก ไม่เกิน 1 กิโลเมตร มาทางนี้จะสะดวกกว่า พอเลือกซื้อผ้าหรือหาร้านได้แล้วอาจจะแวะไปเที่ยวบางขุนเทียนกินอาหารทะเลก็ได้ อาหารแถวนั้นไม่แพงเส้นทะเลบางขุนเทียนมีเป็นสิบๆร้าน

มีนาคม 21, 2019 / by /
สกรีนเสื้อระบบบล็อกสกรีน

สกรีนเสื้อระบบบล็อกสกรีน


สำหรับลูกค้าที่ต้องการสั่งสกรีนระบบบล็อกสกรีน เพื่อต้องการราคาถูก ทางร้านมีขั้นต่ำที่ 20 ตัว มีอัตราค่าสกรีนตามภาพด้านล่างนี้

ทางร้านคิดราคาตามสีที่สกรีน เช่น เสื้อยืดสกรีนตัวหนังสือสีขาว ก็นับเป็น 1 สี 


สำหรับไฟล์ภาพที่จะส่งสกรีนควรจะเป็นไฟล์ภาพเวกเตอร์นามสกุล AI ของโปรแกรม Illustrator จะดีมากเพราะจะช่วยให้ขยายภาพได้ตามต้องการโดยที่ภาพไม่แตก หากส่งภาพขนาดเล็กหรือไม่ชัดอาจจะต้องมีบริการ ดราฟแบบเพื่อทำบล็อกสกรีน มีอัตราค่าบริการประมาณภาพละ 500 บาท หากไม่มั่นใจสามารถสอบถามได้ครับ


                ต้องเข้าใจด้วยว่าสกรีนระบบบล็อกสกรีนทำให้มีราคาถูก แต่ราคาก็ตามคุณภาพ เนื่องจากใช้ผ้าสกรีนในการทำลายสกรีนซึ่งโดยส่วนมากจะใช้ผ้าสกรีนเบอร์ 100 - 120 จะมีค่าความละเอียดประมาณ 96 dpi(มีค่าคลาดเคลื่อนจากกระบวนการถ่ายบล็อกสกรีน และ การยืดหดของผ้าสกรีน) หากสังเกตุอย่างละเอียดงานสกรีนระบบบล็อกจะออกมาเป็นรอยหยักเมื่อมองใกล้ๆ

อีกทั้งจะมีความคลาดเคลื่อนของขอบสกรีนระหว่างสี และงานจะไม่เหมือนกันทุกตัว เนื่องจากกระบวนการสกรีน และ อุปกรณ์สกรีน ซึ่งเป็นปกติของงานบล็อกสกรีนอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้เมื่อมองในระยะปกติงานก็ถือว่ามาตราฐานของงานสกรีน สำหรับท่านที่ต้องการงานภาพเหมือนความละเอียดสูง หรือลายเส้นเล็กกว่า 1 มิลลิเมตรแนะนำเป็นงาน DTG จะดีกว่าเนื่องจากความละเอียดสูงถึง 1200 dpi ซึ่งงานที่ได้จะดีกว่าและละเอียดกว่าถึง 10 เท่า

สำหรับงานสกรีนที่มากกว่า 500+ ตัว ทางร้านจะส่งงานของท่าเข้าโรงงานสกรีน ที่มีสกรีนบล็อกระบบอัตโนมัติ งานที่ได้จะมีคุณภาพ และมีกำลังผลิตถึง 300 ตัวต่อชั่วโมง สอบถามราคาเพิ่มเติมได้ที่ screen168th@gmail.com

มีนาคม 21, 2019 / by /
ทำไมสกรีนระบบDTGเสื้อดำจึงแพงกว่าเสื้อขาว

ทำไมสกรีนเสื้อดำจึงแพงกว่าเสื้อขาว

     จริงๆแล้วไม่ใช่เพียงแต่เสื้อดำแต่เป็นเสื้อสีอื่นทุกสีที่ไม่ใช่เสื้อขาว ที่เป็นแบบนี้เพราะเครื่องพิมพ์ DTG จะใช้หมึกพิมพ์ Water Base หรือในอีกชื่อภาษาไทยคือหมึกพิมพ์ฐานน้ำ หมายถึง หมึกพิมพ์ที่มีน้ำเป็นตัวทำละลาย ด้วยที่น้ำมึกซึมลงไปในเส้นใยฝ้ายทำให้เสื้อเบาและระบายอากาศได้ดีเหมือนเสื้อที่ยังไม่ผ่านการสกรีน

แล้วทำไมเราถึงสกรีนลงบนเสื้อสีอื่นไม่ได้?


ที่เป็นเช่นนี้เพราะด้วยหมึกที่ซึมเข้าไปในเส้นใยนั่นเอง ให้ลองมองว่าเราไม่ได้ย้อมเสื้อ แต่เราย้อมเส้นใย ทีนี้เมื่อเส้นใยไมได้มีสีขาว เมื่อเราพ่นสีอะไรลงไปสีก็จะไปผสมกันเป็นสีอื่นทำให้สีเพี้ยนไปได้ ยิ่งโดยเฉพาะเสื้อสีดำเมื่อพ่นสีอะไรลงไปก็จะได้แต่สีดำ เนื่องจากเหตุผลนี้ทำให้หมึกพิมพ์ฐานน้ำไม่สามารถพิมพ์ลงบนเสื้อดำได้ และหากพิมพ์ลงบนเสื้อสีอื่นเช่น น้ำเงิน แดง เทา สีก็จะผสมกันออกมาเป็นสีในโทนดำ
   

แล้วเราจะพิมพ์ลงเสื้อดำได้ยังไง?


ในเครื่องพิมพ์จะบรรจุหมึกขาวเข้ามา โดยมีหัวพิมพ์ทั้งหมด 6 หัวคือ CMYK+WW หมายถึงเครื่องพิมพ์มีสี CMYK หลักและเพิ่มหมึกขาวเข้ามาอีก 2 หัวไว้สำหรับรองพื้นบนเสื้อสี โดยเครื่องพิมพ์จะทำการพิมพ์หมึกขาสวลงบนเสื้อก่อน 2-3 ชั้นจากนั้นจึงเริ่มทำการพิมพ์ CMYK

หมึกขาวมีราคาแพง?


จริงๆแล้วหมึกขาวมีราคาใกล้เคียงกับหมึก CMYK แต่ในการรองพื้นด้วยหมึกขาวนั้นมีปริมาณการใช้ที่สูงกว่ามาก ยิ่งภาพไหนมีหมึกขาวมากก็ยิ่งจะเปลืองมาก และที่สำคัญการเตรียมงานก่อนการพิมพ์ต้องนำเสื้อไปรองพื้นด้วยน้ำยาก่อนพิมพ์ทุกครั้งไม่เช่นนั้นหมึกขาวจะตกลองไปในช่องระหว่างเสื้อได้ ทำให้พิมพ์ลายสกรีนไม่ขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของราคาของการสกรีนลงบนเสื้อดำ ที่จะต้องราคาสูงเพราะต้นทุนของ

หมึกขาวนั่นเองล้วทำไมสกรีนบล็อกหมึกได้ราคาไม่แพง?


การสกรีนบล็อกโดยเฉพาะเสื้อดำหรือเสื้อเข้มจะใช้สียางหรือสีพลาสติซอลในการสกรีน ซึ่งมีต้นทุนต่างกันและคุณภาพงานก็ต่างกันด้วย สียางและสีพลาสติซอลจะหนักกว่าและร้อนกว่า งานพิมพ์ด้วย DTG เฉพาะงานคุณภาพรายละเอียดเล็กๆเช่นสกรีนภาพเหมือนงานสกรีนด้วย DTG ถือว่านำงานสกรีนในแบบอื่นๆไปไกลแล้ว จะยังคงเหลือแค่ต้นทุนที่ยังเป็นขอเสียเปรียบอยู่

แต่ในงานสกรีนจำนวนไม่เยอะ ราคาจะใกล้เคียงกันเพราะระบบบล็อกสกรีนจำเป็นต้องมีค่าเปิดบล็อคสกรีนค่าฉายแสงอื่นๆแฝงไว้อยู่ ในการพิมพ์จำนวนสีเยอะๆเช่นภาพเหมือน ฮาฟโทน หรือ ออฟเซ็ต ที่ใช้บล็อก 4 บล็อกหรือมากกว่า งานสกรีน DTG จะคุ้มราคากว่ามากสำหรับการพิมพ์จำนวนน้อย ทั้งนี้ขึ้นกับขนาดภาพและจำนวนสี โดยประมาณไม่เกิน 100 ตัว เช่นยิ่งลายสกรีนมีขนาดเล็กและหลายสี

เช่น โลโก้ตรงอกซ้าย แบบนี้ DTG ได้เปรียบมาก เพราะใช้หมึกขาวน้อย แต่ระบบบล็อกจะเสียเปรียบยิ่งภาพมีหลายสียิ่งต้องทำหลายครั้งราคาจะแพงกว่าระบบ DTG มาก แต่หากเป็นการสกรีนสีเดียวบนเสื้อขนาด A3 แบบนี้ DTG จะราคาแพงระบบบล็อกจะทำง่ายกว่าเพราะทำครั้งเดียว เป็นต้น


     สำหรับเสื้อดำการเลือกงานสกรีนแต่ละแบบจะช่วยเซฟราคาได้ ขึ้นกับเงื่อนไขของผู้ซื้อ หากต้องการคุณภาพสุดๆก็ต้อง DTG แต่หากต้องการคุณภาพละดับหนึ่ง อยากเซฟค่าใช้จ่าย และพิมพ์จำนวนเยอะก็แนะนำระบบ บล็อกสกรีนดีกว่า

มีนาคม 21, 2019 / by /
มารู้จักวิธีสกรีนเสื้อแต่ละแบบ

การเลือกวิธีสกรีนเสื้อ

จากบทความ การเลือกซื้อเสื้อยืด ซึ่งจะอธิบายเกี่ยวกับเนื้อผ้า Cotton แล้ว ขั้นต่อมาคือการเลือกสกรีน
การสกรีนก็คือการทำลวดลายบนตัวเสื้อ แบ่งเป็นหลักๆได้ 3 ระบบ(ชื่อทางการตลาดงานสกรีน) คือ

1.สกรีนระบบบล็อกสกรีน (Silk Screen)


2.สกรีนระบบรีดร้อน (Heat Tranfer)


3.สกรีนโดยตรง DTG (Direct To Garment)

สำหรับสกรีนระบบดิจิตอล บางร้านอาจจะใช้คำนี้ หมายถึงใช้คอมพิวเตอร์ในการพิมพ์ ก็อาจจะเป็นได้สองอย่างคือเป็น Heat Transfer  หรือ DTG เพราะกระบวนการพิมพ์ทั้งคู่ให้เครื่องพิมพ์ แต่เป็นเครื่องพิมพ์คนละชนิดกัน

1.สกรีนระบบบล็อกสกรีน (Silk Screen)

คือการสกรีนระบบโบราณสมัยเริ่มต้นสกรีนใหม่ๆ และยังใช้มาจนถึงปัจจุบัน มีหลักการคือทำให้บล็อกสกรีนมีลวดลาย แล้วนำสีมาพิมพ์ผ่านลวดลายลงบนเสื้อ ก็จะได้เสื้อ หลักการนี้ถูกเอามาใช้หลายกระบวนการทั้งพิมพ์สิ่งพิมพ์ต่างๆ

ข้อดีของกระบวนการนี้คือ พิมพ์จำนวนเยอะมีราคาถูกเช่นเสื้อ 100 ตัว คิดค่าสีตัวละ 8 บาท ค่าสกรีนคือ 800 บาท ค่าใช้จ่ายให้การทำบล็อกสกรีนประมาณสีละ 150-250 บาท ถ้าสกรีนสีเดียวค่าสกรีนประมาณ 1000 บาทสำหรับสกรีน 100 ตัว แต่หากว่าเสื้อนั้นสีหลากหลายสี เช่น 8 สี แน่นอนว่าเสื้อ 100 ตัวนั้นราคาจะต้องแพงขึ้นมากทันที ราคาจะกระโดดถึง 8 เท่า หรือ 8000 บาท หรืออาจจะได้ลดลงกว่านี้ขึ้นกับการต่อรอง
ข้อเสียของกระบวนการนี้คือ ความละเอียดของงาน และ ความสะอาดของเสื้อ เพราะว่าการพิมพ์ผ่านตาข่ายนั้นขนาดไม่เล็กเกินไปทำให้เป็นรอยหยึกหยักภาพไม่คมได้ และไม่สามารถสกรีนตัวหนังสือเล็กๆได้ งานสกรีนบางทีอาจจะขาดหายไม่เท่ากัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะข้อจำกัดของสีและตาข่ายบล็อกสกรีน ส่วนความสะอาดของเสื้อเนื่องจากการสกรีนต้องวางเสื้อบนโต๊ะซึ่งต้องติดกาวเอาไว้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค หรือหากใช้กาวไม่ดีกาวก็จะติดเสื้อได้

*ต้นทุนสกรีนระบบบล็อกสกรีน (Silk Screen) ประมาณ 3-4 หมื่นบาท หลักๆเป็นค่าอุปกรณ์ โต๊ะสกรีน และ อุปกรณ์สกรีน ค่าสีสกรีนกิโลละประมาณ 80-150 บาท รวมๆแล้วควรมีเงินลงทุนประมาณ 5 หมื่นบาท

2.สกรีนระบบรีดร้อน (Heat Transfer)

โดยส่วนมากร้านมักจะโฆษณาว่า 1 ตัวก็สกรีนได้ หรือ สกรีนดิจิตอล ทีเป็นเช่นนี้เพราะ หลักการสกรีนของระบบนี้คือการใช้เครื่องพิมพ์ Ink Jet บรรจุน้ำหมึก Sublimation  ซึ่งหมึกชนิดนี้จะสามารถติดบนพลาสติกได้ และน้ำหมึก Pigment สำหรับสกรีนแบบกระดาษ Heat Tranfer จึงแบ่งย่อยได้เป็น 2 แบบ


1.1. วิธีการนี้นิยมมากที่สุด เรียกว่า Sublimation กระบวนการสกรีนเริ่มโดยการสั่งงานพิมพ์ลงบนกระดาษ Sublimation จากนั้นนำกระดาษที่พิมพ์ลายสกรีนไปวางบนเสื้อแล้วรีดด้วยเตารีด หรือเครื่องรีดร้อน เนื่องจากความร้อน หมึกที่อยู่บนกระดาษจะระเหิดไปเกาะบนเสื้อ ซึ่งเสื้อที่จะติดได้ต้องเป็นพลาสติกเท่านั้น เสื้อที่นำมาสกรีนด้วยวิธีนี้จึงควรเป็นเสื้อที่ผลิตจากพลาสติก Polyester ชื่อในทางตลาดคือ TK หรือ TC ที่พอมีส่วนผสมของ Cotton แต่ลายสกรีนอาจไม่เด่นชัดเท่า TK หากนำไปสกรีนลงบน Cotton เมื่อนำไปซักลายสกรีนจะค่อยๆหลุดออกจากเสื้อข้อดีของกระบวนการนี้คือ สกรีนได้หลายสี ต้นทุนถูก หมึกซึมไปในเส้นใยจับแล้วไม่รู้สึกถึงสีสกรีน และไม่ต้องใช้แรงงานในการสกรีน ใช้เพียง 1-2 คนก็สามารถทำงานสกรีนเป็น 1000 ตัวได้ข้อเสียของกระบวนการนี้คือ ไม่สามารถพิมพ์ลงบนเสื้อเข้มได้ และไม่สามารถพิมพ์ลงบนเสื้อ Cotton ได้

**ต้นทุนสกรีนระบบซับบลิเมชั่นประมาณ 3-4 หมื่นบาท หลักๆเป็นค่าเครื่องพิมพ์ประมาณ์ 2 หมื่นบาท เครื่องรีดร้อน ประมาณ 1 หมื่นบาท นอกนั้นเป็นค่ากระดาษซับ(วัสดุสินเปลือง) ตกแผ่นละ 4-5 บาท (A3)รวมๆแล้วควรมีเงินลงทุนประมาณ 5 หมื่นบาท


2.2.วิธีการนี้เรียกว่าสกรีนรีดร้อน บางร้านอาจเรียกทั้งรีดร้อนและซับบลิเมชั่น ซึ่งจริงๆแล้วมันแตกต่างกัน Heat transfer แปลตามชื่อก็หมายถึงการแลกเปลี่ยนความร้อน แต่ในงานสกรีนคือ การทำให้สีติดโดยใช้การแลกเปลี่ยนความร้อน ซึ่งยังแตกย่อยอีกหลายกระบวนการ แต่ที่นิยมในไทยจะเป็นการพิมพ์ลงกระดาษที่มีกาวเคลือบไว้ด้านหลัง ก่อนจะนำไปรีดต้องแกะด้านกาวออกก่อนเหมือนแกะสติกเกอร์ เมื่อนำไปรีดร้อนกาวท่ี่อยู่บนกระดาษ ส่วนกระดาษที่ใช้จะแตกต่างกันเพราะมันจะเคลือบกาวไว้เมื่อโดนความร้อนจากเครื่องรีด กระดาษนั้นจะติดกับเสื้อนั่นเอง เหมือนกับเฟล็กติดเสื้อฟุตบอล

ข้อดีของกระบวนการนี้คือ สามารถสกรีนบนเสื้อเข้มได้ หรือเสื้อ Cottonได้
ข้อเสียของกระบวนการนี้คือ ภาพเป็นกรอบสี่เหลี่ยม หากจะตัดให้ได้รูปทรงต้องนำมาตัดด้วยเครื่องตัดสติกเกอร์อีกที อีกทั้งเสื้อสกรีนแบบนี้จะร้อนและหนักกว่าเพราะเหมือนมีกระดาษหนาๆไปแปะบนเสื้อ


**ต้นทุนสกรีนระบบรีดร้อน  ประมาณ 5-7 หมื่นบาท หลักๆเป็นค่าเครื่องพิมพ์ประมาณ์ 2 หมื่นบาท เครื่องรีดร้อน ประมาณ 1 หมื่นบาท เครื่องตัดสติกเกอร์ประมาณ 2-5 หมื่นบาท ต้นทุนวัสดุเฟล้กประมาณตารางเมตรละ 400 บาท ค่าหมึกพิมพ์ตารางเมตรละ 200 บาท รวมๆแล้วต้นทุนของงานนี้จะอยู่ที่ตารางเมตรละ 700 บาท การขายงานก็ควรจะประมาณตารางเมตรละ 1000 บาทขึ้นไปเผื่องานเสียค่าโสหุ้ยต่างๆด้วย

3.สกรีนโดยตรง DTG (Direct To Garment)

คือกระบวนใหม่ที่ใช้หลักการนำหมึก Pigment มาสกรีนลงบนเสื้อโดยตรงเลย ด้วยเครื่องพิมพ์ผ้าโดยเฉพาะ หลักการการทำงาน นำเสื้อไปวางบนแท่นพิมพ์แล้วสั่งพิมพ์ จากนั้นนำมาอบสีให้แห้ง

ข้อดีของกระบวนการนี้คือ สกรีนได้หลายสี หมึกซึมไปในเส้นใยผ้า เหมาะกับการสกรีนลงบน Cotton โดยเฉพาะ สามารถพิมพ์ผ้าเข้มหรือผ้าดำได้ โดยมีกระบวนการเตรียมงานและเครื่องพิมพ์รองพื้นด้วยหมึกขาวก่อน ภาพสวย สกรีนคมชัดลายละเอียดสูงถึง 1200dpi (Silk Screen ปกติ 120 dpi) เป็นกระบวนการสกรีนเสื้อที่สกรีนภาพออกมาได้ดีที่สุดแล้วในปัจจุบันนี้ 
ข้อเสียของกระบวนการนี้ คือเครื่องพิมพ์มีราคาแพงมาก และต้องการการบำรุงรักษามาก ต้นทุนหมึกสูง ต้องใช้ทักษะในการทำงานสูง หากผู้ผลิตไม่มีความเข้าใจในการเตรียมงานจะทำให้งานพิมพ์ออกมาไม่ดีได้


***สกรีนโดยตรง DTG (Direct To Garment) ประมาณ 7-8 แสนบาท หลักๆเป็นค่าเครื่องพิมพ์ประมาณ์  7-8 แสนบาท (เครื่องนอก) เครื่องรีดร้อนประมาณ 2 หมื่นบาท ปั๊มลม และเสปรย์พ่น ประมาณ 5-6 พันบาท รวมๆแล้วควรมีเงินลงทุนประมาณ 1 ล้านบาท
จากบทความนี้ ท่านก็สามารถจะเลือกงานสกรีนที่ตรงกับความต้องการของท่านได้ เมื่อท่านเลือกการสกรีนได้ ท่านสามารถไปหาร้านสกรีนตามกระบวนต่างๆที่ว่ามานี้ได้ง่ายขึ้น 

มีนาคม 21, 2019 / by /
การเลือกซื้อเสื้อยืด

เสื้อยืดเป็นเสื้อที่นิยมใส่กันมาก ด้วยความสะดวกสบายในการซักและการใส่ที่ง่าย แค่โยนใส่เครื่องซักผ้าก็เรียบร้อย ไม่ต้องดูแลมากเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับเสื้อเชิ้ต สำหรับเส้นใยผ้าที่นิยมนำมาทำเสื้อยืดมักจะเป็น ผ้าฝ้าย หรือ ชื่อในภาษาอังกฤษว่า Cotton นั่นเอง ผ้าฝ้ายนั้นทำมาจากดอกฝ้ายซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติถูกใช้มาทำเป็นเครื่องนุ่งห่มตั้งแต่สมัยอียิปต์

หากเราไปเดินตามห้างพลิกหลังคือเสื้อก็จะเห็นเขียนว่า Cotton ซึ่งก็หมายถึงว่าผ้าตัวนี้ผลิตจากผ้าฝ้ายนั่นเอง แต่ทว่าเนื่องจาก Cotton มีราคาสูง ถึงได้มีการนำเส้นใยอื่นมาผสมคือพลาสติก หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Polyester หรือ โพลีเอสเตอร์ มีคุณสมบัติที่แข็งและยืดหยุ่นกว่าผ้าฝ้าย โพลีเอสเตอร์เป็นวัสดุสังเคราะห์มาจากน้ำมัน เป็นวัสดุโพลีเมอร์ จึงมีความยืดหยุ่นกว่า เหนี่ยวและแข็งแรงกว่าเมื่อนำมาทำเป็นเสื้อผ้า จะทำให้มีคุณสมบัติ ยับยาก มันวาว ยืดหยุ่นสูง ไม่ซับน้ำ และ เป็นรอยเปื้อนยาก

แต่ก็มีข้อเสียคือ ระบายอากาศไม่ค่อยดีจะทำให้ผู้ใส่ร้อน และไม่ทนความร้อนจากการรีด ส่วนข้อดีของผ้าฝ้ายคือระบายอากาศได้ดีมาก เหมาะสำหรับอากาศร้อน แต่ข้อเสียคือ เปื้อนง่าย และ จะหดตัวเมื่อทำการซักครั้งแรก เนื่องมาจากกระบวนการทอมีการยืดผ้า เมื่อซักครั้งแรกผ้าฝ้ายจะคืนตัว เลยทำให้ไซส์เสื้อเล็กกว่าเล็กน้อย โดยปกติการหดตัวไม่เกิน 5% การเลือกเสื้อที่ผลิตจากผ้าฝ้ายจึงควรจะเลือกไซส์ใหญ่กว่าตัวเล็กน้อย เพราะจะใส่แล้วรู้สึกถึงความสบายของการสวมใส่ หากใส่เสื้อผ้าฝ้ายที่รัดตัวจะไม่รู้สึกถึงความสบายของผิวสัมผัส

สำหรับผ้าผสม คือผ้าฝ้ายนำมาผสมกับโพลีเอสเตอร์ ทำให้ต้นทุนเสื้อราคาถูกลง หลักๆในท้องตลาด ก็จะมี  TC และ TK ซึ่งส่วนผสมของ TC จะมีผ้าฝ้ายอยู่ 50% สำหรับ TK จะเป็นผ้าที่ผลิตจากโพลีเอสเตอร์ล้วนๆ หากเราเทียบราคาแล้ว ผ้าฝ้ายจะราคาแพงที่สุด รองลงมาจะเป็นผ้า TC และที่ถูกที่สุดคือ TK
ผ้าฝ้ายแท้นั้นมีตัวแปรหลักๆอยู่ 2 ตัวคือ เบอร์ของเส้นด้าย และ เกรดของเส้นด้าย


สำหรับเบอร์ของเส้นดาย คือความหนาของเส้นด้ายยิ่งมีค่ามากก็ยิ่งบาง ยิ่งบางเมื่อนำมาทอมันกะละเอียด เราจะรู้สึกสบายเมื่อใส่ผ้าที่ทอแน่นๆ เหมือนผ้าห่มแบนด์ดังผืนละหมื่นขึ้น เขาจะเลือกเส้นด้ายเล็กละเอียดแล้วทอแน่นๆ ทำให้เรารู้สึกสบายเมื่อสัมผัส ท่านสามารถทดลองสัมผัสได้ตามห้างสรรพสินค้า พวกผ้าห่ม แบรด์ดังๆ เช่น Santas  Sealy สำหรับเสื้อยืดหลักที่นิยมนำมาใช้มี 3 เบอร์คือ 20 32 และ40 เบอร์40จะเป็นเบอร์ที่ละเอียดที่สุด บางที่สุดและใส่สบายที่สุด

เสื้อผ้าเด็กที่ดีๆจะใช้เบอร์นี้เพื่อป้องกันการระคายเคืองกับเด็กทารก สำหรับเสื้อผ้าผู้ใหญ่เบอร์ 40 จะบางเกินไปส่วนมากโรงทอจะทอสองชั้น ผ้าก็จะหนาขึ้นมาหน่อย ผ้าเบอร์ 40 ในตลาดท่านสามารถดูได้จากเสื้อห่านคู่จะใช้เบอร์ 40 ส่วนตลาดเสื้อยืดทั่วไปๆมักจะใช้เบอร์ 32 เป็นเกรดที่ไม่หนาไม่บางจนเกินไป ใส่สบาย สำหรับเบอร์ 20 เป็นเกรดระดับล่างลงมาผ้าจะหนา หยาบและหนัก มักเป็นเสื้อตามตลาดนัด ราคาขายประมาณ 100-250 บาท


สำหรับเกรดเส้นด้ายก็มีเกรดแบ่งเกรดเส้นใยอีกเป็น 3 เกรดหลักๆ คือ OE Semi และ Comb. ซึ่งเป็นชื่อกระบวนการแยกเส้นใยฝ้าย เกรด Comb. จะแพงที่สุด รองลงมาก็ Semi และ OE ตามลำดับ แต่ในตลาดทั่วไปมักจะพบเกรด Semi เนื่องจากหาได้ง่าย เกรด Comb. เส้นใยจะยาวมันเลยทำให้เกิดปมน้อยกว่า ผิวสัมผัสก็เลยเนียนกว่า


สรุปการเลือกเสื้อยืดเรียงจากดีไปแย่ คือ


เบอร์เส้นด้าย 40>32>20
เกรดเส้นด้าย Comb.>Semi>OE


สำหรับเสื้อในตลาดทั่วไปมักจะไม่ใช่เสื้อ Cotton 100% เพราะเหตุที่ว่าราคาแพงและสกรีนได้ยาก ถ้าเลือกใช้ผ้า TC หรือ TK จัสามารถสกรีนได้ง่ายกว่าเนื่องจากมีขุยผ้าน้อยหรือไม่มีเลย(TK) ทำให้สกรีนกลบผ้าสนิทและลดปัญาบล้อกตันลงไปได้ อีกทั้งสามารถสกรีนแบบซับบลิเมชั่น(คือการพิมพ์ภาพลงกระดาษซับ แล้วนำไปรีดร้อนติดเสื้อ) ทำให้ต้นทุนถูกลง ท่านอาจจะเห็นเสื้อตามตลาดนัดขายสกรีนรูปหลายสีในราคาหลัก 100 - 200 บาท เพราะเนื่องมาจากผ้าที่ใช้และกระบวนการสกรีนมีต้นทุนที่ถูกกว่าผ้า Cotton มาก ซึ่งขึ้นกับความต้องการของผู้ซื้อว่าต้องการคุณภาพ ผิวสัมผัสการสวมใสที่ดี การระบายอากาศที่ดี ก็เลือกผ้า Cotton  หรือต้องการราคาที่ไม่แพงมากนัก คุณภาพอาจจะแย่กว่า แต่ไม่ได้ซีเรียสมาก ก็อาจจะเลือก TC หรือ TK ก็ได้
       

สำหรับผู้เขียน ก่อนจะมาทำงานสกรีนก็ไม่ได้ทราบเรื่องผ้ามากนัก เคยซื้อเสื้อแบรนด์ตัวละ 1000-2000 ใส่ก็รู้สึกดี คิดว่าคุ้มกับราคา แต่พอได้มาจับงานสกรีนและงานผ้า ทำให้เราได้รู้ถึงคุณภาพและต้นทุน ทำให้เราเลือกที่จะทำงานคุณภาพให้แก่ลูกค้า ในราคายุติธรรม
       

สำหรับท่านที่สนใจเสื้อคุณภาพดี ราคายุติธรรม ทางร้าน Screen168 ได้ผลิตเสื้อเกรด Comb. เส้นดายเบอร์ 32 ปรับพิเศษ มีความบางเบา เนื้อเนียนใกล้เคียงเบอร์ 40 ผ่านการตัดเย็บด้วยเครื่องจักรพิเศษเก็บงานเย็บละเอียด และสกรีนด้วยระบบ DTG จากญี่ปุ่น ผ่านมาตรฐานสกรีนอเมริกา และผ่านมาตรฐานหมึก Oeko –Tex ท่านจึงมั่นใจได้ว่าคุณภาพของสินค้าที่เราจัดให้ เราได้พยายามอย่างที่สุดที่จะจัดหาของคุณภาพดีที่สุดให้แก่ท่านแล้ว

มีนาคม 21, 2019 / by /
DTG VS. Silk Screen

DTG VS Silk Screen

DTG ระบบพิมพ์ดิจิตอล เทียบกับ บล้อกสกรีน แบบไหนดีกว่ากัน


ตอบไม่ได้ขึ้นกับชนิดเสื้อ สีเสื้อ จำนวนเสื้อที่จะสกรีน เพราะฉะนั้นกระบวนการเลือกพิมพ์สกรีนขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง
สามารถใช้บรรทัดฐานในการเลือกระบบสกรีนดังนี้

สำหรับระบบบล็อกสกรีน คิดราคาและอัตราบริการดังนี้


สำหรับระบบ DTG คิดราคาและอัตราบริการดังนี้


สำหรับระบบล็อกสกรีน คิดราคาและอัตราบริการดังนี้

สำหรับราคางาสกรีน DTG นั่นคิดราคาเป็นพื้นที่การสกรีน ซึ่งจะแตกต่างกับ ซิลค์สกรีนหรือบล็อกสกรีนที่คิดเป็นจำนวนสี และมีค่าบล็อกสกรีน/สี ซึ่งการสกรีนทั้งสองเมื่อเทียบราคาแล้วมีความแตกต่างกันอย่างไร

สำหรับ Screen168 มีอัตราค่าบริการสกรีน DTG ซึ่งวิธีคิดดังนี้

ค่าสกรีนงาน DTG = 1.ค่ารันเครื่องจักร/ตัว + 2.ค่าหมึกพิมพ์/ตัว

1. ค่ารันเครื่องจักร

การรันเครื่องจักร คือกระบวนการสกรีนเสื้อ แบบ DTG ซึ่งประกอบไปด้วยกระบวนการต่อไปนี้

  • เตรียมสภาพเสื้อให้เหมาะสมกับการพิมพ์
  • นำเสื้อเข้าเครื่องพิมพ์และเริ่มทำการพิมพ์
  • นำเสื้อไปรีดความร้อนเพื่อให้สีแห้งที่อุณหภูมิประมาณ 160-180 องศาเซลเซียส

โดยมีอัตราค่าบริการที่ 20 บาท/ด้าน

2. ค่าหมึกพิมพ์

ทางสกรีน Screen168.com ได้คิดรูปแแบการคิดราคาได้ 2 รูปแบบคือ

  • ค่าหมึกพิพม์ CMYK สำหรับเสื้อขาว
  • ค่าหมึกพิพม์ CMYK+W สำหรับเสื้อดำ ที่มีการเพิ่มชั้นเรซิ่นและหมึกขาวรองพื้นก่อนลงสี

โดยมีอัตราหมึกขึ้นกับพื้นที่พิมพ์สกรีนซึ่งแปรผันตามปริมาณการใช้หมึก โดยจะอยู่ระหว่าง 20 - 200 บาท/ด้าน

สำหรับ Screen168 มีอัตราค่าบริการสกรีนบล็อกสกรีน ซึ่งวิธีคิดดังนี้

ค่าสกรีนงานแบบซิลค์สกรีน = (1)ค่าฉายบล็อกสกรีน/ลาย + (2)ค่าสี/ตัว

1. ค่าฉายบล็อกสกรีน คิดที่อัตรา 300 บาท/บล็อก คือหากรูปภาพมี 4 สี ก็คิด 300x4 = 1200 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเสียครั้งเดียว จะสกรีนกี่ตัวก็เสียเท่านี้ไม่ว่า 1ตัว หรือ 100 ตัว 1000 ตัว


2. ค่าสี จะคิดราคาเป็น สีละ 10-20 บาท/ตัว โดยสีแรกจะคิดที่ 20 สำหรับสีต่อไปสีละ 10 บาท เช่นหากเสื้อมี 4 สี ก็คิดราคาค่าสกรีนต่อตัวเป็น 20+10+10+10 = 50 บาท/ตัว

จะเห็นว่าทั้งการสกรีนทั้งสองระบบมีความแตกต่างในวิธีการคิดราคา ซึ่งระบบ DTG จะมีข้อดีในเรื่องเมื่อพิมพ์จำนวนน้อย 1 -10 ตัว จะมีราคาถูกกว่าระบบบล็อกสกรีน ส่วนบล็อกสกรีนเมื่อสกรีนจำนวนเยอะจะมีราคาถูกกว่า หรือลายสกรีนมีสีน้อยก็จะถูกกว่าเช่นกัน แต่โดยส่วนมากแล้วงานสกรีนแบบบล็อกสกรีนจะรับงานที่ 50 ตัวขึ้นไป

แล้วถูกกว่ามันถูกกว่าเท่าไหร่?

เรามาลองเทียบในเชิงเศรษฐ์ศาสตร์กัน โดยสมมุติว่าเราต้องการพิมพ์เสื้อ 4 สี บนเสื้อขาวดูสมมุติว่าสกรีนพื้นที่ขนาด A3

สำหรับค่าสกรีนระบบ DTG บนเสื้อขาวคิดตามพื้นที่ A3 ราคาค่าหมึกพิมพ์ 100 บาท ค่ารันเครื่อง 20 บาท เพราะฉะนั้นราคาค่าสกรีนต่อ 1 ตัวเท่ากับ 100+20 = 120 บาท

สำหรับค่าสกรีนระบบซิลค์สกรีน คิดตามจำนวนสี มีค่าทำบล็อก 300x4 = 1200 บาท ค่าสกรีน 4 สี  = 50 บาท เพราะฉะนั้นราคาค่าสกรีนต่อ 1 ตัวเท่ากับ 1200+50 = 1250 บาท

หากต้องการสกรีน 1 ตัว สกรีนในระบบซิลค์สกรีนจะแพงมาก ค่าสกรีนอย่างเดียวไม่รวมเสื้อคือ 1250 บาท เมื่อเทียบกับระบบ DTG คือ 120 บาท ยิ่งถ้าหากลวดลายสกรีนมีจำนวนสีมากก็ยิ่งมีราคาสูง ต่างกับ DTG ซึ่งจะราคาเดียวคือ 120 บาท แต่หากว่าเราพิมพ์จำนวนเยอะ เราลองมาเทียบกันว่าผลจะเป็นอย่างไร โดยกำหนดให้เสื้อตัวละ 100 บาทเท่ากัน

หมายถึง ถ้าคุณสกรีนไม่เกิน 60 ตัว คุณสกรีนแบบ DTG กับร้าน Screen168 จะถูกกว่าคุณไปสกรีนร้านสกรีนทั่วไปที่ใช้ระบบบล็อค คุณจะจ่ายเพียง ตัวละ 170 บาท สำหรับเสื้อขาวขนาด A3 ในแบบสีไม่จำกัดซึ่งถ้าหากมีสีมากกว่า 4 สี คุณก็จะยิ่งประหยัดมากกว่าใช้ระบบบล้อกสกรีน

จากผลทางเศรษฐศาสตร์ข้างต้นเราสรุปได้ว่า หากต้องการพิมพ์ลายที่มีสีเยอะๆ ยิ่งจำนวนสีมาก ระบบบล็อกสกรีนก็จะยิ่งแพงขึ้นมาก แต่ระบบ DTG นั้นคงที่

1. กลุ่มที่ต้องการสกรีนเสื้อจำนวนไม่เยอะ ปริมาณช่วงระหว่าง 1- 60 ตัว จะคุ้มกว่าระบบบล็อกสกรีน


2. ต้องการงานคุณภาพและเก็บรายละเอียดงานครบ ซึ่งบล็อกสกรีนไม่สามารถทำได้ เนื่องจากความแตกต่างกับในด้านความละเอียดถึง 10 เท่า (120 DPI VS. 1200 DPI)


3. งานด่วนที่ต้องการใช้ด่วน ใช้เวลาผลิตไม่นาน DTG จะใช้เวลาในการสกรีนเสื้อขาวประมาณ 25 ตัว/ชั่วโมง สำหรับงานซิลค์สกรีนจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 วันสำหรับทำบล็อกสกรีน


4. ต้องการสัดส่วนลายสกรีนที่ทุกต้อง ความแตกต่างของไซส์เสื้อเป็นสัดส่วนกับพื้นที่ลายสกรีน ซึ่ง DTG สามารถทำได้ แต่ บล็อกสกรีนไม่สามารถทำได้ ถ้าทำก็จะต้องเพิ่มบล็อกสำหรับไซส์เสื้อแต่ละชุดทำให้บางทีไซส์เสื้อแตกต่างกันมากเช่น ไซส์ S ลายสกรีนจะใหญ่ แต่ไซส์ XL ลายสกรีนจะเล็ก แต่ DTG สามารถพิมพ์ขนาดเป็นสัดส่วนกับเสื้อได้

5. ต้องการขึ้นแบบงานดูก่อนผลิตจริง ทำให้ต้นทุนไม่สูงเพราะราคาคงที่เท่ากันต่อตัว ต่างกับระบบบล็อกสกรีนที่ต้องทำบล็อกขึ้นมาก่อนเพื่อดูผลงานของแต่ละร้านซึ่งมาตรฐานไม่เท่ากัน


6. ต้องการมาตรฐานสกรีนเท่ากันทุกตัว เครื่องDTG พิมพ์ด้วยระบบ Computer ซึ่งควบคุมด้วย Numerical Control จึงได้ความแม่นยำเท่ากันทุกตัว หมดปัญหาเสื้อเสีย ต่างกับระบบบล็อกสกรีนที่ใช้แรง

คนในกรปาดสีลง มีโอกาสผิดพลาดสูง


7. ต้องการแม่สีชัดเจน เฉดสีถูกต้อง DTG สามารถพิมพ์เฉดสีได้ตามแบบจริง คำนวณด้วย Computer แต่บล็อกสกรีนใช้การผสมสีเองซึ่งยากที่จะได้แม่สีตามต้นฉบับจริง

ใช้เวลาในการผลิตเท่าไหร่?

DTG เป็นระบบพิมพ์สามารถเริ่มพิมพ์เสื้อได้ทันที อัตราการผลิตประมาณ 25 ตัว/ชั่วโมง แต่บล็อกสกรีนต้องทำการฉายแสงและรอให้บล็อกแห้งซึ่งใช้เวลาโดยประมาณ 1 วัน จึงจะเริ่มการผลิตหรือทำต้นแบบได้

สรุป

จากผลการเทียบให้เห็น ก็จะเห็นข้อดีและข้อเสียของแต่ละระบบ โดยหากท่านต้องการสกรีนไม่เกิน 40 ตัวสกรีนระบบ DTG กับทางเรา Screen168 จะคุ้มกว่า หรือหากท่านต้องการคุณภาพ งานเก็บรายละเอียดครบแนะนำให้ใช้ระบบ DTG ทั้งนี้ก็ขึ้นกับเราว่าต้องการสกรีนแบบไหนที่จะเหมาะสมกับเรามากที่สุด สำหรับท่านที่ต้องการสกรีนจำนวนเยอะๆในระบบบล็อก

มีนาคม 21, 2019 / by /
DTG คืออะไร

มารู้จักกับ DTG ว่ามันคืออะไร

DTG ย่อมาจาก Direct To Garment

คือการพิมพ์ลงบนผ้าโดยตรง ซึ่งแตกต่างจากงาน Sublimation หรือเรียกย่อๆว่างานซับ งานซับจะพิมพ์ลงบนกระดาษซับก่อนแล้วจึงนำมารีดอัดด้วยความร้อนเพื่อเปลี่ยนสถานะหมึกจากของแข็งให้ระเหิดเข้าไปติดในใยผ้า สำหรับผ้าที่เหมาะกับงานซับคือผ้า โพลีเอสเตอร์ เพราะน้ำหมึกซับจะเกาะได้ดีกับผ้าชนิดนี้ สำหรับผ้าฝ้ายหมึกซับจะไม่สามารถยึดเกาะบนผ้าชนิดนี้ได้จึงได้มี DTG มาแก้ไขปัญหานี้

DTG คือกระบวนการพิมพ์หรือพ่นหมึกพิมพ์ลงบนเสื้อตรงๆ คล้ายกับเครื่องพิมพ์เอกสารนั่นเอง เพียงแต่แค่เปลี่ยนจากกระดาษมาเป็นผ้า ก็ดูเหมือนไม่ยากอะไร แต่จริงๆแล้วการพิมพ์ลงบนผ้าเป็นเรื่องที่ยากมาก

อันดับแรก น้ำหมึกต้องเกาะผ้า และต้องเข้มข้นและสะท้อนแสงได้พอเพราะผ้าจะซึมน้ำหมึกเข้าไป

นอกนั้นยังอาจเกิดปัญหาได้เนื่องจากความเรียบของพื้นผิวที่พิมพ์ กระดาษจะเรียบ แต่ผ้าฝ้ายจะมีขุยผ้าซึ่งทำให้คุณภาพการพิมพ์ตกลงและยังอาจจะทำความเสียหายให้กับหัวพิมพ์ได้

เทคโนโลยีนี้เติบโตมากในวงการสกรีนที่อเมริกา มีเครื่องหลากหลายแบรนด์ เครื่องที่นิยมก็เช่น DTG Aeoon Kornit Anajet และ Brother ซึ่งเครื่องแต่ละตัวก็มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ขึ้นกับฟังชั่นการใช้งาน

เครื่องของ Brother ใช้น้ำหมึกที่ปลอดภัยต่อผู้สวมใส่ได้การรับรองจาก Oeko-Tex ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยเกี่ยวกับสิ่งทอให้การรับรองว่าน้ำหมึกของ Brother ไม่แพ้และทำให้เกิดการระคายเคืองแก่เด็กทารก เป็นต้น

สำหรับความละเอียดการพิมพ์ ความสวยและสดของภาพ ก็ได้รับการยอมรับในบริษัทจำหน่ายเสื้อออนไลน์ของอเมริกาอย่าง threadless.com ทาง Screen168 จึงได้เลือกใช้เครื่องของ Brother สำหรับเครื่องของยี่ห้ออื่นๆก็มีคุณสมบัติที่ดีเช่นกัน

Kornit เป็นของเครื่องอิสราเอลมีระบบรองพื้นอัตโนมัติภายในเครื่อง และ หมึกที่พิมพ์ลงบนพื้นเปียกได้เลย (wet to wet) ทำให้สามารถพิมพ์เสื้อสีเข้มได้โดยไม่ต้องนำไปพรีทรีตเหมือนเครื่องแบรนด์อื่น เพิ่มความเร็วในการผลิตและลดขั้นตอนการผิดพลาดของพนักงานคุมเครื่องพิมพ์ได้ ทำให้งานออกมามีคุณภาพคงที่ สำหรับเสื้อดำหรือเสื้อสีเข้ม Screen168 เลือกใช้เครื่อง Kornit ในการพิมพ์เพื่องานคุณภาพสำหรับลูกค้า

สำหรับเครื่อง DTG ของไทยก็มีเช่นกัน เป็นเครื่องที่นำหัวพิมพ์จากเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมาดัดแปลงหรือว่าดัดแปลงทั้งเครื่องพิมพ์ โดยมากมักเลือกใช้หัวพิมพ์ของ Epson มาดัดแปลง โดยต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ซึ่งเครื่องของประเทศจีนและไทยจะมีลักษณะแบบนี้ สำหรับคุณภาพก็ตามราคา เช่นหมึกอาจจะไม่เข้มเท่า เกิดปัญหาการพิมพ์หมึกขาว เกิดอาการตันที่หัวพิมพ์ เป็นต้น

ซึ่งคุณภาพงานพิมพ์ก็ได้สมตามราคาเนื่องจากหัวพิมพ์ที่ใช้เป็นเกรดพิมพ์กระดาษ แต่ เครื่องพิมพ์ในราคาแพงจะใช้หัวพิมพ์เกรดอุตสาหกรรม ราคาของเครื่องพิมพ์ของไทยและของจีนจะประมาณ 20,000-100,000 บาท ส่วนเครื่องพิมพ์มาตรฐานสำหรับมืออาชีพจะประมาณ 600,000 – 1,000,000 บาท และถ้าหากเป็นเครื่องพิมพ์ของ Kronit ในรุ่นอุตสาหกรรมจะราคา 2,000,000 – 3,000,000 บาท คุณภาพงานพิมพ์ก็ใกล้เคียงกันในเครื่องพิมพ์ระดับบนกันเอง แต่จะมีข้อดีที่สามารถผลิตได้เร็วขึ้น เหมาะกับอุตสาหกรรมเสื้อใหญ่ๆ

สำหรับเราเลือกใช้ Brother มีความสามารถในการผลิตชั่วโมงละ 12 - 25 ตัว

สำหรับเสื้อดำประมาณ 12 ตัว/ชั่วโมง

สำหรับเสื้อขาวประมาณ 25 ตัว/ชั่วโมง

เครื่องพิมพ์เสื้อเองถึงแม้ว่าจะมีข้อดีตรงที่สามารถทำภาพได้ละเอียดกว่า ภาพสวยกว่าระบบบล็อกสกรีน แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกัน คือ

1. การบำรุงรักษาเครื่องจักร เพราะเครื่องพิมพ์ก็เปรียบเสมือนเครื่องจักรตัวหนึ่งที่ต้องการบำรุงรักษา เพราะหากไร้การบำรุงรักษาคุณภาพงานพิมพ์อาจจะออกมาแย่ได้

2. ทักษะคนคุมเครื่องจักร คุณภาพงานพิมพ์ไม่ได้ขึ้นกับเครื่องพิมพ์อย่างเดียว แม้ว่าใช้เครื่องพิมพ์เดียวกันแต่คุณภาพก็ต่างกันได้ มีเทคนิคหลากหลายอย่างให้งานพิมพ์ออกมาดี ซึ่งสามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน

เพราะเครื่องจักรต้องการสภาพแวดล้อมและการปรับตั้งที่เหมาะสม เป็นเทคนิคของทางร้าน Screen168 ที่มีวิศวกรเครื่องกลคอยดูแลและควบคุมเครื่อง ทั้งกระบวนการเตรียมงาน การผลิต ให้ได้มาตรฐานงานพิมพ์ตามแบบอเมริกา

จากอธิบายไปเบื้องต้นทำให้เราพอสรุปได้ว่า DTG นั้นมีข้อดีอย่างไร

1. คุณภาพความละเอียดสูงถึง 1200 dpi ความละเอียดชัดเจน ภาพแตกแตกเป็นเม็ดเหมือนบล็อกสกรีน


2. สามารถพิมพ์ได้จำนวนน้อยไม่มีขั้นต่ำ 1 ตัวก็สามารถสกรีนได้


3. สามารถพิมพ์ได้หลากหลายสี และภาพเหมือนจากรูปถ่ายได้


4. หมึกมีความปลอดภัยสูง ผ่านมาตรฐาน ต่างกับระบบบล็อกสกรีนที่อาจมีโลหะหนักหรือสารเคมีอันตรายปนอยู่

ตัวอย่างงานสกรีน DTG บนเสื้อยืดของทางร้าน Screen168

สำหรับข้อเสียของ DTG คือ ราคาแพงเมื่อพิมพ์จำนวนเยอะ เทียบกับบล็อกสกรีนซึ่งจะมีจุดคุ้มทุนอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งบทความต่อไปเราจะมาเทียบราคา และคำนวณความคุ้มทุนของระบบ DTG และ บล็อกสกรีนกัน

มีนาคม 21, 2019 / by /
หมึกพิมพ์สกรีน

รู้จักหมึกพิมพ์สกรีน


หมึกพิมพ์สกรีนแบ่งได้หลักๆ 2 แบบตามส่วนผสมหลักของหมึกพิมพ์

1. หมึกพิมพ์สกรีนฐานน้ำ Water Base

2. หมึกพิมพ์สกรีนฐานน้ำมัน Oil Base

หมึกสกรีนแต่ละชนิด มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ซึ่งเราแบ่งหมึกแต่ละชนิดตามตัวทำละลาย เราแบ่งหลัก ได้ 4 ชนิด คือ หมึกพิมพ์สกรีนฐานน้ำมัน หมึกพิมพ์สกรีนฐานน้ำ หมึกพิมพ์สกรีนพลาสติซอล หมึกพิมพ์สกรีนยูวี สำหรับหมึกพิมพ์ที่นำมาใช้กับเสื้อผ้าจะนิยมอยู่ 2 ชนิด คือหมึกพิมพ์สกรีนฐานน้ำ และ หมึกพิมพ์สกรีนพลาสติซอล

ปัจจุบันหมึกพิมพ์สกรีนฐานน้ำ คือหมึกพิมพ์ที่มีน้ำเป็นตัวทำละลาย แบ่งเป็นหลายๆชนิด เช่น สีจม สีลอย สียาง สีนูน เป็นต้น แต่ที่นำมาใช้บ่อยตามท้องตลาดจะเป็น สีจม และสียาง

สีจมคือหมึกพิมพ์ฐานน้ำ ชนิดหนึ่งซึ่งคล้ายๆสีน้ำเหลวนั่นเอง น้ำหมึกมันจะซึมลงไปในใยผ้า เพราะฉะนั้นสีชนิดนี้จึงเหมาะกับผ้าสีขาว หรือ สีอ่อน เพราะเนื่องจากน้ำหมึกมันลงไปซึมอยู่ในใยผ้านั่นเอง หากเป็นเสื้อสีเข้มเช่นสีดำ เมื่อหมึกมาผสมกับสีดำบนเนื้อผ้าจะทำให้มองไม่เห็นลายสกรีนบนเสื้อเพราะ สีมันผสมกันก็ได้สีดำนั่นเอง นี่เป็นข้อเสียหนึ่งของสีจม ส่วนข้อดีของมันคือ ความเบาสบายของเสื้อผ้าที่สกรีนด้วยสีชนิดนี้ เพราะลมจะระบายผ่านเสื้อได้ดีนั่นเอง

สีลอยถูกพัฒนาจากสีจม ซึ่งไม่สามารถสกรีนบนเสื้อสีเข้มได้ โดยการผสมเรซิ่นเข้าไปในหมึกพิมพ์ ทำให้สีมันลอยอยู่บนผ้าแทนที่จะซึมไปในเส้นใย ทำให้เห็นสีสกรีนบนเสื้อผ้าสีดำได้นั่นเอง แต่ข้อเสียก็มีเช่นกัน เนื่องจากผ้าเกิดจากเส้นด้ายมาทักทอกันเมื่อยืดหรือดึง ตัวลายสกรีนจะไม่สามารถยืดตามได้ จึงอาจเกิดการเสียรูปของลายสกรีน

สียางถูกพัฒนาจากสีลอย ซึ่งไม่สามรถดึงหรือยืดแล้วสภาพคงเดิมได้ โดยการผสมยางเข้าไปให้เกิดการยืดหยุ่น แต่ก็มีข้อเสียเพิ่มเช่นกัน คือ เสื้อจะมีน้ำหนักขึ้น และ การระบายอากาศไม่ดีเท่าสีจม หรือสีลอย

หมึกพิพม์สกรีนพลาสติซอล

เป็นหมึกพิมพ์ชนิดใหม่ที่นำสารพลาสติไซเซอร์เป็นตัวทำละลายเรซิน ทำให้หมึกพิมพ์ชนิดนี้ไม่มีทางแห้งได้ในอุณหภูมิปกติ ต้องอบด้วยอุปกรณ์อบสี “แฟลชเคียว” ที่อุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส หมึกพิมพ์ถึงจะแห้งตัว ทำให้หมดปัญหาในกระบวนการผลิต

ตัวอย่างเช่นการแห้งของสีขณะสกรีน หรือในภาษาสกรีนเรียกว่าบล็อกตัน คืออาการที่สีไปแห้งจับตัวบนบล็อก ในภาพที่ต้องการความละเอียดที่ 120 dpi ขึ้นไปหากสกรีนด้วยสียาง จะเกิดปัญหานี้ได้บ่อยๆ เพราะเม็ดสีมีขนาดใหญ่ ทำให้เม็ดสีไปติดในบล็อคไม่ยอมลงบนเสื้อเมื่อเจออากาศ สีจะระเหยน้ำออกและแห้งติดบล็อก ทำให้การพิมพ์ผ้าตัวต่อไปเกิดปัญหาพิมพ์สีไม่ลงเสื้อได้

วิธีแก้ไขของสียางคือต้องลดความละเอียดของผ้าสกรีนลงเป็น 80 dpi ก็จะช่วยลดอาการนี้แต่แต่คุณภาพก็จะลดลงเพราะความละเอียดลดลง หมึกพิมพ์พลาสติซอลจึงมาแก้ไขจุดบกพร้องตรงนี้ ซึ่งทำให้สามารถพิมพ์ภาพความละเอียดได้ถึง 200 dpi ตามความสามารถของผู้สกรีน ปัจจุบันผ้าสกรีนความละเอียดสูงสุดที่ 500 dpi แต่ที่นิยมใช้กันคือ 120 dpi เนื่องจากคนไม่สามารถปาดหมึกให้ลงบนผ้าความละเอียดสูงๆได้ สำหรับข้อเสีย คือ หมึกชนิดนี้จะมีน้ำหนักมากและร้อนกว่าสียาง เพราะความหนาแน่นมากกว่า และ สัมประสิทธิการนำความร้อนของพลาสติกมากกว่ายาง

จากการสำรวจในตลาดปัจจุบันนิยมสกรีนด้วยสีพลาสติซอลเป็นจำนวนมาก เนื่องจากควบคุมกระบวนการผลิตได้ง่ายกว่า และ สีดูเด่นชัด ส่วนในเรื่องของคุณสมบัติสีจมจะมีคุณสมบัติที่ดีในเรื่องของการระบายอากาศ เหมาะกับเมืองไทยที่มีอากาศร้อน หากต้องการสกรีนบนเสื้อสีดำและต้องการการระบายอากาศดีๆ อาจจะต้องใช้เทคนิคการกัดสี Discharge ink แล้วสกรีนตามด้วยสีจม สำหรับการกัดสี เราจะพูดในบทความถัดไปนะครับ หวังว่าจะได้รับความรู้ในชนิดสีสกรีนไปพอบ้างแล้ว ขอบคุณครับ

มีนาคม 19, 2019 / by /
วิธีการสั่งสกรีนเสื้อ

สามารถทำได้ 3 แบบ

1.สั่งผ่านระบบออนไลน์เอง ซึ่งจะได้รับสิทธิโปรโมชั่นมากกว่าวิธีอื่นๆ
2.สั่งกับร้านทางช่องทางอื่น Facebook Line หรือ Email
3.สั่งผ่านโทรศัพท์ หรือ ติดต่อหน้าร้าน
โดยการสั่งออนไลน์เองวิธีที่ 1 มีขั้นตอนตามวีดีโอข้างล่างนี้


*ทางร้านต้องการให้ต้นทุนถูกที่สุดเพื่อทำราคาให้กับลุกค้าได้ถูก เพราะฉะนั้นระบบวิธีการสั่งมีผลกับราคาของสินค้าเลือกระบบการสั่งซื้อให้เหมาะกับลุกค้าเองจะทำให้ลูกค้าได้ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด

การสั่งซื้อวิธีที่ 1 หรือการสั่งซื้อออนไลน์ผ่านระบบเอง

เหมาะสำหรับลูกค้าทั่วไป ที่ออกแบบภาพได้ ตัดต่อภาพเป็น ส่งไฟล์งานพร้อม ลูกค้าจะได้รคาถูกที่สุดและยังมีโอกาสได้สะสมคะแนนมาแลกเป็นกิฟวอยเชอร์อีกด้วย ที่เป็นเช่นนี้เพราะต้นทุนการจัดการทางร้านต่ำลง ไม่ต้องคอยมีพนักงานมาตอบหรืออกแบบให้กับลูกค้า อีกทั้งลูกค้าสามารถทราบราคาได้เร็ว สะดวก โอกาสออเดอร์หลุดหรือผิดพลาดน้อย และ เป็นกระบวนการสั่งที่ทางเราให้ความสำคัญที่สุดเป็นอันดับแรก

สำหรับการสั่งซื้อวิธีที่ 2 หรือสั่งผ่าน Facebook Line หรือ Email

เป็นวิธีการที่ลองลงมาสำหรับลูกค้าที่ต้องการติดต่อซับซ้อนขึ้นมา เช่นสั่งเสื้อของบริษัท ต้องการใบเสนอราคา ไม่สามารถออกแบบได้ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการติดต่อสื่อสารเพิ่มขึ้น ราคาก็จะใกล้เคียงกับระบบวิธีที่ 1 ถ้าสั่งจำนวนมาก แต่อาจจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษในเรื่องการสะสมคะแนน หรือ กิฟวอยเชอร์ 

Facebook : https://www.facebook.com/screen168th

Line ID : Screen168

Email : screen168th@gmail.com

สำหรับการสั่งซื้อวิธีที่ 3 หรือสั่งผ่านโทรศัพท์ หรือติดต่อหน้าร้าน

วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ไม่แนะนำมากที่สุดเนื่องจากทาง้รานต้องคอยสอบถามซึ่งบางครั้งลูกค้าไม่ได้เตรียมข้อมูลมาครบถ้วนอีกทั้งรายละเอียดงานสกรีนและราคายังแตกต่างกัน โดยมากเมื่อลูกค้าโทรมาทางร้านจะให้ไปติดต่อส่งรายละเอียดทาง Line แทนเพราะต้องการทราบรายละเอียดต่างๆในการสกรีน และบางครั้งทางร้านติดงานสกรีนหรือส่งของทำให้ไม่สะดวกให้การตอบลูกค้าในขณะนั้น

การโทรศัพท์จะเหมาะสำหรับสอบถามทางมาร้าน ติดต่อรับสินค้าเองเมื่อสกรีนเสร็จแล้ว หรือสอบถามระยะเวลาการผลิตสำหรับงานด่วน ส่วนการติดต่อหน้าร้านโดยไม่ได้นัดหมายเป็นวิธีที่แย่ที่สุดมีโอกาสที่ลูกค้ามาแล้วร้านไม่เปิดเนื่องจากเราเป็นร้านออนไลน์เพียงแต่มีหน้าร้านมาให้ลูกค้าดูผลงานหรือต้องการความรู้ ถ้าทางร้านสะดวกลูกค้าสามารถเข้ามาได้ แต่ถ้าทางร้านไม่สะดวกออกไปส่งของ หรือติดงานสกรีนอยู่

การมาติดต่อหน้าร้านโดยไม่ได้นัดหมายจะให้ลูกค้าเสียทรัพยากรเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น วิธีการนี้เหมาะสำหรับการคุยผ่านทาง Line Facebook  หรือโทรศัพท์นัดหมายมาก่อนแล้ว การเข้ามาหน้าร้านเพื่อต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ต้องการคุยรายละเอียดที่ซับซ้อนมาก สั่งซื้อจำนวนมาก ต้องการความน่าเชื่อถือ แน่นอนว่าทางร้านมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหากลูกค้าสั่งจำนวนน้อยลูกค้าอาจจะได้ราคาที่แพงกว่าการสั่งระบบออนไลน์เอง(วิธีที่1)

มีนาคม 19, 2019 / by /
รู้จักผ้าที่ทำเสื้อยืด

เสื้อยืดเครื่องแต่งกายที่นิยมมากที่สุด

เนื่องจากหาซื้อง่าย ราคาไม่แพง แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า เสื้อยืดที่ท่านใส่นั้นทำมาจากผ้าชนิดใด?

ขั้นตอนการผลิตเสื้อยืดจากใยฝ้าย (Cotton)

เสื้อยืดโดยส่วนมากนั้นมักผลิตจากผ้าฝ้าย(Cotton) และ ผ้าโพลีเอสเตอร์(Polyester) แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรหละ?

ประโยชน์ของฝ้ายก็คือว่ามันระบายความร้อนได้ดีมาก แต่ผ้ายจะดูดซับน้ำซึ่งโพลีเอสเตอร์จะไม่สามารถที่จะดูดซับของเหลวเช่นเดียวกับผ้าฝ้าย นอกจากนี้ผ้าฝ้ายมีแนวโน้มที่จะเปื้อนคราบได้ง่ายเมื่อเทียบกับเสื้อโพลีเอสเตอร์ โพลีเอสเตอร์ต่อต้านคราบได้ดีกว่าผ้าฝ้ายเพราะสารเคมีที่ทำขึ้นจากวัสดุโพลีเอสเตอร์ที่ทำจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โพลีเอสเตอร์ยังยับยาก เหมาะกับการที่ไม่ต้องการรีดผ้า

โพลีเอสเตอร์ยังมีข้อดีและข้อเสีย แม้ว่าโพลีเอสเตอร์ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยการ ผสมสารเคมีที่แตกต่างกันเข้าด้วยกันซึ่งจะสร้างเส้นใยที่แข็งแรงและทนทาน โพลีเอสเตอร์เป็นยังทนต่อการหดตัวกว่าผ้าฝ้าย เนื่องจากองค์ประกอบทางเคมีของโพลีเอสเตอร์สามารถถือรูปร่างของมันได้ดีกว่าผ้าฝ้าย ส่วนข้อเสียคือมันระบายอากาศได้ไม่ดีนั่นเอง

ซึ่งตรงหลายคนได้อ่านอาจจะแปลกใจว่าเอ๊ะทำไมเสื้อกีฬาถึงใช้ผ้าโพลีเอสเตอร์หละ?

คุณสมบัติซับน้ำและการระบายอากาศป็นคุณสมบัติคนละตัวกัน ผ้าโพลีเอสเตอร์มีคุณสมบัติที่ไม่ซับน้ำ มันจึงแห้งเร็วแต่ไม่ใช่ว่ามันระบายอากาศได้ดีมันถึงแห้งเร็วเพราะเนื่องจากตัววัสดุมันไม่ซับน้ำนั่นเอง ซึ่งต่างกับฝ้ายที่ซับน้ำเพราะเป็นวัสดุธรรมชาติจึงระบายอากาศได้ดีกว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิดที่ว่าการที่ผ้าแห้งง่ายคือผ้าระบายอากาศได้ดี

สำหรับอากาศร้อนเป็นอากาศที่เราพบได้บ่อยที่สุดในประเทศ เรามาดูกันว่าผ้าแบบไหนเหมาะสมกับเรา

1.ฉนวนกันความร้อน / การไหลของอากาศ การไหลเวียนของอากาศมีบทบาทสำคัญในการควบคุมความร้อนดังนั้นแม้สายลมเล็กน้อยสามารถช่วยให้คุณเย็นถ้าเสื้อผ้าของคุณจะช่วยให้อากาศที่จะย้ายผ่านมัน ผ้าฝ้ายโดยทั่วไปเป็นที่ระบายอากาศได้มากกว่าผ้าโพลีเอสเตอร์และที่เหนือกว่าด้วยเหตุนี้สำหรับระบายความร้อนในเรื่องนี้

2.การดูดซึมความชื้น ส่วนใหญ่ผ้าฝ้ายจะชื้น(เหงื่อ) ทำให้รู้สึกเปียกชุ่มบนร่างกายของคุณ เหงื่อยจะซึมลงไปในเส้นใยผ้าฝ้ายและเสื้อผ้าจะยึดติดกับผิวของคุณ นี้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับการระบายความร้อนเนื่องจากเหงื่อยบนผิวของคุณจะเป็ฯตัวนำพาความร้อนออกโดยการระเหย คุณสามารถทดสอบการกระบวนการวิทยาศาสตร์เรื่องการระเหยได้ โดยใชเแอลกอฮฮล์ชุบสำลีแล้วทาบนผิวของคุณ คุณจะรู้สึกได้ถึงความเย็นเป็นเพราะแอลกอล์ฮอลได้นำความร้อนจากผิวเพื่อเปลี่ยนสถานะเป็นไอ(ระหย) ข้อเสียเปรียบอีกข้อคือการที่ร่างกายสามารถถูกมองเห็นทะลุผ่านเสื้อผ้าของคุณเพราะเหงื่อหรือน้ำ  เฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นเพียงการสวมใส่หนึ่งชั้น แต่เราสามารถแก้ไขโดยเลี่ยงเลี่ยงเสื้อขาว ผ้าฝ้ายให้เหมาะกับฤดูร้อนเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับเสื้อยืดที่จำหน่ายในบ้านเรามักจะเป็นผ้าฝ้าย และผ้าฝ้ายผสมกับโพลีเอสเตอร์ ซึ่งได้แบ่งระดับไว้ตามสัดส่วนเปอร์เซนต์ของผ้าฝ้ายเช่น CVC TC TK เป็นต้น

เนื่องจากต้องการลดต้นทุน เพราะผ้าฝ้ายมีราคาสูงกว่าผ้าโพลีเอสเตอร์ จึงทำให้เสือยืดในตลาดมักจะเป็นผ้าฝ้ายผสมนั่นเอง

ในบ้านเรานั้นมักจะติดป้ายว่าเป็น Cotton 100% แต่ส่วนมากแล้วมักจะเป็นผ้าผสม เราสามารถทดสอบเบื้องต้นได้โดยการตัดเศษผ้ามาเผาไฟดู ถ้าเป็นผ้าฝ้ายแท้จะเผาไหม้หมดเหลือเป็นเถ้าคล้ายเผากระดาษ หากมีส่วนผสมโพลีเอสเตอร์ผ้ามันไหม้แล้วม้วนเป็นกลมแข็งคล้ายกับการเผาพลาสติก สำหรับเสื้อยืดของทางร้าน Screen168 ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้และยังเป็นเกรดพิเศษ Comb.32 อีกด้วย ไว้บทความหน้าทางเราจะมาเล่าให้ฟังถึงเกรดแต่ละระดับของผ้าฝ้ายกัน

มีนาคม 19, 2019 / by /
การสกรีนเสื้อ

การสกรีนเสื้อ

เสื้อเป็นสิ่งสำคัญที่เราใส่กันทุกวัน  การที่มีลวดลายบนเสื้อผ้าเป็นเสื้อสร้างความแตกต่างและบุคลิกของผู้ใส่ แต่เรารู้ไหมว่าลวดลายนั้นทำขึ้นมาได้อย่างไร

ในอดีตการลงลวดลายบนเสื้อน้ำต้องใช้วิธีการวาดระบาย เป็นตัวๆไปเรียกว่าการเพ้นเสื้อ ถือเป็นงานศิลปะชนิดหนึ่งซึ่งผู้ผลิตจะต้องค่อยสร้างเสื้อ 1 ตัวนั้นให้แก่คุณ มันใช้เวลานานมาก สำหรับความต้องการ เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการ จึงได้มีการพัฒนากระบวนการใหม่ขึ้นมาเรียกว่า การสกรีนเสื้อ ซึ่งวิธีการนี้รวดเร็วกว่าการผลิตแบบเดิมมาก ทั้งยังสามารถผลิตได้จำนวนมากในเวลาไม่นาน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรม

หลักการสกรีนเสื้อระบบบล็อกสกรีนจุดเริ่มต้นของการผลิตระบบอุตสาหกรรม

ในบทความนี้เราจะอธิบายหลักการคร่าวๆให้พอเข้าใจภาพก่อน ส่วนรายละเอียดในการสกรีนเสื้อ

1. แบบลายสกรีน คือลวดลายที่เราต้องการสกรีนลงบนเสื้อ ซึ่งเราต้องนำลายนั้นมาติดกับบล็อกสกรีน ซึ่งมีหลากหลายวิธี ทั้ง ตัดสติกเกอร์ ฉายแสง หรือจะติดฟิล์ม แต่วิธีที่นิยมสำหรับร้านสกรีนคือวิธีฉายแสง เนื่องจากได้ความละเอียดและสะดวก


2. ผ้าสกรีน คือผ้าตาข่ายซึ่งผลิตจากเส้นใยต่างๆ เช่น ไหม (Slik Screen) หรือ ใยสังเคาระห์ เป็นผ้าที่มีตาข่ายป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เหมือนแหจับปลา แต่ว่าช่องมันเล็กมากแค่นั้นเอง ตัวผ้านี่เองที่จะถูกนำไปเคลือบกาวผสมน้ำยาไวแสงเผื่อทำแบบลวดลาย


3. กรอบสกรีนหรือบล็อกสกรีน กรอบสี่เหลี่ยมจะทำจากไม้ หรือว่าอะลูมิเนียมก็ได้ เอาไว้เป็นตัวแม่พิมพ์ของการสกรีนนั่นเอง ในที่นี่ขอเรียกว่า บล็อกสกรีน


4. แปรงปาด เอาไว้ปาดสีลงเป็นเสื้อ ทำจากไม้หรืออะลูมิเนียม ประกอบด้วยด้ามและยางปาด สำหรับปาดหมึกสีผ่านแบบลายสกรีนลงบนเสื้อ


5. สีสกรีน ก็คือหมึกสีสำหรับสกรีนที่จะนำมาลงบนเสื้อนั่นเอง ความหนือของหมึกขึ้นกับชนิดสีและคุณสมบัติ


6. ลายพิมพ์ คือ หมึกที่พิมพ์สกรีนลวดลายลงบนเสื้อเรียบร้อยแล้ว

หลักการง่ายๆในการสกรีนเสื้อ คือ

1. นำผ้ามาขึงบนบล็อกสกรีนขั้นตอนนี้เรียกการเตรียมบล็อกสกรีน เพื่อที่จำเตรียมนำไปฉายขึ้นลวดลายแบบตามที่ต้องการ


2. นำไปเข้ากระบวนการฉายแสงเพื่อที่จะเอาลายสกรีนขึ้นไปติดบนบล็อกสกรีน ทีนี้เราก็ได้แม่พิมพ์สกรีนที่พร้อมจะสกรีนแล้ว


3. การสกรีนลงไปเป็นเสื้อนั้นให้นำสีมาเทลงบนบล็อกสกรีนจากนั้น นำบล็อกสกรีนไว้วางไว้บนเสื้อ ยึดบล็อกสกรีนกับเสื้อให้แน่น


4. ใช้แปรงปาดปาดสีจากบนลงล่างหรือล่างขึ้นบนแล้วแต่ถนัด สีจะผ่านตาข่ายและลงไปติดบนเสื้อ ลวดลายเกิดจากส่วนของสีที่สามารถผ่านลงตาข่ายไปได้

https://youtu.be/p6ciN--y1QU


ซึ่งปัจจุบันการสกรีนเสื้อก็ได้ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันได้มีนวัตกรรมใหม่ๆ เช่นการพิมพ์ลงบนเสื้อโดยตรงหรือ Direct To Garment หรือในชื่อย่อว่า DTG ขึ้นมากระบวนการสกรีนวิธีนี้คล้ายกับเครื่องพิมพ์ โดยจะพิมพ์ลงบนเสื้อด้วยระบบคอมพิวเตอร์คล้ายกับเครื่องปริ้นนั่นเอง ซึ่งคุณลักษณะนี้ทำให้มีจุดเด่นคือ ไม่ต้องมีกระบวนการเตรียมที่มาก สามารถสกรีนได้เลยใช้เวลาน้อยกว่า และต้นทุนถูกกว่า เมื่อพิมพ์จำนวนไม่เยอะประมาณ 1 – 20 ตัว ราคาสกรีนจะได้ถูกกว่าในระบบบล็อกสกรีน ที่สำคัญความละเอียดของภาพ และความสวยงาม ของภาพสกรีนซึ่งระบบบล็อกนั้นไม่สามารถสู้ตรงจุดนี้ได้ แต่เครื่องพิมพ์ DTG นั้นมีหลากหลายเกรด ตั้งแต่ราคา 20,000 บาทไปจนถึงหลัก ล้านบาท ยิ่งเครื่องสำหรับพิมพ์อุตสาหกรรมสูงๆ ที่สามารถพิมพ์ได้จำนวนมากยิ่งมีราคาแพงไปจนถึง 3 - 4 ล้านบาท แน่นอนว่าคุณภาพของงานพิมพ์ย่อมต้องต่างกัน สำหรับทางร้าน Screen168 เราใช้เครื่องพิมพ์ Brother ซึ่งเป็นเครื่องนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น มีการยอมรับจากวงการสกรีนในอเมริกาว่ามีคุณภาพในระดับสูง ในวงการ DTG สำหรับเรื่องเครื่อง DTG เราจะอธิบายรายละเอียดในบทความหน้า

มีนาคม 19, 2019 / by /