DTG ย่อมาจาก Direct To Garment คือการพิมพ์ลงบนผ้าโดยตรงด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิตอล ซึ่งแตกต่างจากงาน Sublimation ที่ต้องพิมพ์ลงบนกระดาษซับก่อน
โดยปกติเครื่องพิมพ์ DTG จะใช้น้ำหมึกที่ปลอดภัยต่อผู้สวมใส่ ได้การรับรองจาก Oeko-Tex
ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยเกี่ยวกับสิ่งทอให้การรับรองว่าไม่แพ้และทำให้เกิดการระคายเคืองแก่เด็กทารก เป็นต้น


เครื่องพิมพ์ EPSON F2000 ปัจจุบันจอดนอนนิ่ง


DTG คือกระบวนการพิมพ์หรือพ่นหมึกพิมพ์ลงบนเสื้อตรงๆ คล้ายกับเครื่องพิมพ์เอกสารนั่นเอง
เพียงแต่แค่เปลี่ยนจากกระดาษมาเป็นผ้า ก็ดูเหมือนไม่ยากอะไร แต่จริงๆแล้วการพิมพ์ลงบนผ้าเป็นเรื่องที่ยากมาก
ในประเทศไทย DTG ได้เริ่มเข้ามาประมาณปี 2015 หรือเกือบ 5 ปีที่แล้วแต่ มีผู้ประกอบการมากมายซื้อและขายทิ้งเป็นจำนวนมาก
มีคนประสบความสำเร็จธุรกิจนี้น้อยมาก  ปัจจุบัน ร้านที่พิมพ์โดยใช้เครื่องพิมพ์ DTG แทบจะนับจำนวนร้านได้เลย
สิ่งที่ทำให้ DTG ไม่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยเนื่องจากความไม่เข้าใจของกระบวนการ ข้อจำกัด และ ต้นทุนการผลิต
แน่นอนว่าโดยส่วนมากแล้วผู้ประกอบการมักจะคิดว่าต้นทุนการผลิตของ DTG นั้นสูง
แต่จริงๆแล้วหากมีความเข้าใจที่ดีแล้วประสิทธิผลนั้นจะใกล้เคียงกับงานสกรีนชนิดอื่น ถึงแม้ว่าวัตถุดิบนั้นจะราคาแพงกว่าถึง 10 เท่า


ข้อจำกัดของเครื่องพิมพ์ DTG คืออะไร

อันดับแรก สีจะเหลวกว่าสีจมของงานสกรีนเพื่อให้หมึกพิมพ์สามารถที่จะผ่านหัวพิมพ์ได้โดยไม่เกิดการอุดตัน
เมื่อพิมพ์ลงบนผ้า หมึกจะซึมเข้าไปในใยผ้าทำให้สีไม่แน่นเท่ากับงานสกรีน ทำให้น้ำหมึกที่นำมาใช้จะต้องเกาะผ้า และ ต้องเข้มข้นได้เพียงพอที่จะทำให้ภาพที่พิมพ์มีความสดของสี
การเลือกใช้หมึกคุณภาพต่ำแน่นอนคุณภาพของงานก็ออกมาไม่ดี
นอกนั้นยังอาจเกิดปัญหาได้เนื่องจากความเรียบของพื้นผิวที่พิมพ์ การพิมพ์กระดาษ ป้าย หรือ สติกเกอรนั้นง่ายกว่ามาก
เพราะพื้นผิวนั้นเรียบ และไม่มีเศษผ้า แต่งานพิมพ์ DTG นั้นคนละเรื่อง ผู้ประกอบการบางรายเริ่มต้นมาจากร้านป้าย ร้านสติกเกอร์ พิมพ์งานกับเครื่องพิมพ์หน้ากว้างหมึกเชื้อน้ำมันเช่น เครื่องพิมพ์ Eco Sovent มาก่อน
พอมาจับเครื่อง DTG แล้วตกม้าตายกันเยอะเพราะ ผ้าฝ้ายจะมีขุยผ้า มีการหลุดของใยจากวัสดุ ซึ่งทำให้คุณภาพการพิมพ์ตกลงและยังอาจจะทำความเสียหายให้กับหัวพิมพ์ได้
เพราะฉะนั้นการเตรียมงานก่อนเข้าพิมพ์จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก และ การพิมพ์งานลงบนเสื้อดำ หรือเสื้อสีนั้นยิ่งต้องใช้ทักษะสูงขึ้น ต้องมีการพรีทรีสก่อนการพิมพ์


รู้จักกับเครื่องพิมพ์ของยี่ห้อต่างๆ

เทคโนโลยีนี้เติบโตมากในวงการสกรีนที่อเมริกา เนื่องจากปัจจัยค่าแรงแพงไม่คุ้มที่จะทำอุตสาหกรรมแบบนี้ จึงได้สร้างเครื่องพิมพ์ชนิดนี้ขึ้นมา
ธุรกิจนี้เติบโตมากในต่างประเทศมีเครื่องหลากหลายแบรนด์ เครื่องที่นิยมก็เช่น DTG Aeoon Kornit Anajet Epson และ Brother
ซึ่งเครื่องแต่ละตัวก็มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ขึ้นกับฟังชั่นการใช้งาน โดยเครื่องก็จะแบ่งเกรดเป็นระดับอุตสาหกรรม และแบบ SME ต่างกันในส่วนของกำลังผลิต ส่วนคุณภาพของงานนั้นไม่แตกต่างกัน 


เครื่องพิมพ์ Brother GT3 ของทางร้านปัจจุบันจอดทิ้งเนื่องจากค่าบำรุงรักษา และ ต้นทุนในการพิมพ์สูง
สำหรับร้าน Screen168 เริ่มต้นเราใช้เครื่องของ Brother เป็นแบรนด์จากญี่ปุ่นซึ่งมีข้อดีคือเครื่องพิมพ์ใช้งานง่าย
ไม่ต้องมีความรู้เรื่องริปไฟล์ เรื่องการจัดการสี ก็สามารถใช้งานได้ มีความแน่นอนสูง แต่มากับค่าบำรุงรักษาที่แพง
สำหรับความละเอียดการพิมพ์ ความสวยและสดของภาพ ก็ได้รับการยอมรับในบริษัทจำหน่ายเสื้อออนไลน์ของอเมริกาอย่าง threadless.com
หรือ Uniqlo เองก้ได้เลือกใช้ที่สาขาเซ็นทรัลเวิล เราจึงได้เลือกใช้เครื่องของ Brother ในตอนเริ่มต้น (ลงทุนประมาณ 1 ล้านบาท)



เครื่องพิมพ์ kornit Storm มีสองถาดพิมพ์
Kornit เป็นของเครื่องอิสราเอลมีระบบรองพื้นอัตโนมัติภายในเครื่อง และ หมึกที่พิมพ์ลงบนพื้นเปียกได้เลย (wet to wet)
ทำให้สามารถพิมพ์เสื้อสีเข้มได้โดยไม่ต้องนำไปพรีทรีตเหมือนเครื่องแบรนด์อื่น เพิ่มความเร็วในการผลิตและลดขั้นตอนการผิดพลาดของพนักงานคุมเครื่องพิมพ์ได้
ทำให้งานออกมามีคุณภาพคงที่กว่า ไม่ต้องการประสบการณ์ในการพรีทรีสเลย เพราะเครื่องทำให้อัตโนมัติ แต่แน่นอนมาพร้อมกับค่าบำรุงรักษาที่แพงมาก
สำหรับคุณภาพงานพิมพ์สีที่ได้จะจืดกว่าพรีสทรีสแบบแห้ง เครื่องตัวนี้เป็นเครื่องของร้านเพื่อนผมเอง ในมุมมองของผมมองว่าเป็นเครื่องที่ไม่คุ้มค่าเอามากๆ (ลงทุนประมาณ 11 ล้านบาท)



เครื่องพิมพ์ DTG M2 ของทางร้าน ปัจจุบันยังคงใช้ได้ มีสองถาดพิมพ์ แต่มีความคงที่ในการพิมพ์ต่ำ
DTG  Digital เป็นของเครื่องอเมริกาเป็นแบรนด์แรกๆที่ทำเครื่องพิมพ์ DTG ระดับ SME ทางร้านของผมเลือกใช้เครื่องตัวนี้เป้นเครื่องที่สอง
คุณสมบัติคือ ทำงานในระดับ SME แต่ต้นทุนถูกกว่ามากเพราะสามารถเลือกใช้น้ำหมึกเองได้ มีระบบหมุนเวียนหมึกขาวเพื่อป้องกันการอุดตันของหัวพิมพ์
หัวพิมพ์ใช้ DX5 ของ Epson ซึ่งมีราคาถูกและใช้เพียง 1 หัว (ประมาณ 4 หมื่นบาท)  แต่เป็นข้อผิดพลาดมากที่ผมเลือกใช้เครื่องจากแบรนด์นี้
อันดับแรก เครื่องพิมพ์พิมพ์ช้ากว่าเครื่อง Brother ถึง 3 เท่า โครงสร้างทำมาไม่ดีถึงแม้ว่าจะมีสองถาดแต่ใช้งานจริงกับพบปัญหา
จากระดับไม่ได้ การกระชากของเครื่อง คุณภาพงานออกมาคงที่ยากต้องใช้ประสบการณ์สูงมาก และหัวพิมพ์ DX5 บอบบางมากเหลือเกิน
สุดท้ายที่แย่ที่สุดคือตัวแทนจำหน่ายในประเทศ และ บริษัทแม่ ความรับผิดชอบต่ำมาก
ทำให้ผมหมดเงินและเวลาไปกับเครื่องตัวนี้มากโดยแทบจะไม่ได้รับผลตอบแทนจากเครื่องพิมพ์เลยถือเป็นบทเรียนในชีวิต
แต่ในข้อเสียก็มีข้อดี เพราะเครื่องมีปัญหาและการซัพพอต์จากบริษัทที่แย่มาก ทำให้ผมเองต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ทำให้ได้ความรู้และประสบการณ์ในเรื่องของการจัดการสี คาลิเบสสี การดัดแปลงเครื่องพิมพ์  (ลงทุนประมาณ 1 ล้านบาท)


เครื่องพิมพ์พัฒนาเองของทางร้าน ปัจจุบันใช้อยู่ มีความคงที่สูง ความเร็วใกล้เคียง Brother GT3  แต่ต้นทุนในการพิมพ์ต่ำกว่า


สำหรับเครื่อง DTG ของไทยก็มีเช่นกัน เป็นเครื่องที่นำหัวพิมพ์จากเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมาดัดแปลงหรือว่าดัดแปลงทั้งเครื่องพิมพ์ โดยมากมักเลือกใช้หัวพิมพ์ของ Epson มาดัดแปลง
โดยต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ซึ่งเครื่องของประเทศจีนและไทยจะมีลักษณะแบบนี้ สำหรับคุณภาพก็ตามราคา ต้องเข้าใจก่อนว่า โดยพื้นฐานแล้วเครื่องไม่ได้ต่างกันมากเพราะใช้หัวพิมพ์ตัวเดียวกัน
แต่ที่จะต่างก็เช่นโครงสร้างอาจจะไม่แข็งแรงพอจะรับงานคุณภาพสูงได้ หรือบางโรงงานก็ทำเครื่องพิมพ์ออกมาดีแต่สิ่งที่ขาดไปคือความเข้าใจในงานพิมพ์ชนิดนี้
ทำให้ไม่สามารถพิมพ์งานคุณภาพออกมาได้ ผู้ประกอบการที่จะใช้เครื่องพิมพ์พวกนี้จะต้องมีความรู้เรื่องงานพิมพ์สูงมาก ถึงจะสามารถพิมพ์งานคุณภาพออกมาได้เท่าเครื่องแบรนด์ เพราะบริษัทเหล่านั้นได้ใส่ค่าความรู้ลงไปนั่นเอง (ลงทุนประมาณ 1 แสน)


จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ปัจจุบันนี้ทางร้านได้ออกแบบและสร้างเครื่องพิมพ์ขึ้นมาใช้เอง เพื่อควบคุมคุณภาพ แต่ ต้นทุนต่ำกว่า และ การควบคุมสีได้มากกว่า
ในตอนนี้นี้ทางร้านยังไม่ได้จำหน่ายเครื่องพิมพ์ยังอยู่ในช่วงปรับปรุงเพื่อให้คนใช้ ใช้งานได้ง่ายและไม่ต้องใช้ความรู้ก็สามารถพิมพ์งานคุณภาพได้


การทำงานของเครื่องพิมพ์ DTG



จากอธิบายไปเบื้องต้นทำให้เราพอสรุปได้ว่า DTG นั้นมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

ข้อดี

1. สามารถพิมพ์ได้จำนวนน้อยไม่มีขั้นต่ำ 1 ตัวก็สามารถสกรีนได้
2. สามารถพิมพ์ได้หลากหลายสี ไลเฉดสี และภาพเหมือนจากรูปถ่ายได้
3. หมึกมีความปลอดภัยสูง ผ่านมาตรฐาน ต่างกับระบบบล็อกสกรีนที่อาจมีโลหะหนักหรือสารเคมีอันตรายปนอยู่

ข้อเสีย


1.ราคาแพงกว่าไม่เหมาะกับจำนวนเยอะๆ